ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/272

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
227
 

สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ได้ทรงฟังดังนั้น จึงพระ ราชทานพระราชอาชญาสิทธิ์ ให้พระยาจักรีเป็นนายทัพยกพล ๑๕,๐๐๐ ช้างเครื่อง ๑๐๐ ม้า ๒๐๐ ออกไปตั้งมั่นปลูกยุ้งฉาง ทำไร่นาณเมืองเมาะลำเลิงไว้ท่าทัพหลวง จึงดำรัสให้เจ้าฟ้าแสนหวี ไปด้วยพระยาจักรี แล้วเกณฑ์ทัพเมืองทะวาย ๕๐๐๐ ให้ขึ้นไปตั้ง ตำบลเกาะพะรอกเมืองอังราว ขอบฝั่งชเลตะวันตก หนุนทัพเจ้าพระยาจักรี ๆ จะได้ใช้ราชการสะดวก และกองทัพพระยาศรีไสย ให้เอา ไว้แต่ตัวพระยาศรีไสย พรรคพวกนั้นให้กลับเข้ามารับราชการกรุง ฯ

ฝ่ายเจ้าพระยาจักรีกราบถวายบังคมลายกไปเมืองเมาะลำเลิงแล้วตั้งค่ายขุดคูปลูกยุ้งฉาง กะเกณฑ์มอญชาวเมืองเมาะลำเลิงและไทยกองทัพ ทำไร่นาและตั้งทำเรือรบเรือไล่เป็นอันมาก พระยาศรีไสย กับพรรคพวก ก็กลับเข้ามารับราชการ

ฝ่ายเจ้าเมืองเมาะตะมะ เจ้าเมืองละเคิ่ง เจ้าเมืองขลิก เจ้าเมืองบัวเผื่อน เจ้าเมืองพะสิม เจ้าเมืองตองอู รู้ว่าสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวณกรุงพระมหานครศรีอยุธยา ให้กองทัพเจ้าพระยาจักรียกมาตั้งทำไร่นาณเมืองเมาะลำเลิงไว้เป็นสะเบียง เดือนอ้ายปลายปีทัพหลวงเสด็จจะยกไปตีเอาเมืองหงสาวดี ต่างคนต่างเกรงพระเดชเดชานุภาพ ก็แต่งพะม่ามอญผู้ดี ให้ถือหนังสือเครื่องบรรณาการ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร เสนาบดีเอากราบทูล พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้า อยู่หัว ดำรัสให้เบิกพะม่ามอญผู้ถือหนังสือเข้าเฝ้า และในหนังสือ เจ้าเมืองเมาะตะมะ เจ้าเมืองพะสิม เจ้าเมืองบัวเผื่อน เจ้าเมือง