ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/280

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
235
 

ขบถ ทำการกำเริบหนักขึ้น ก็บอกหนังสือเข้ามาให้กราบทูลเสร็จสิ้นทุกประการ เสนาบดีก็นำหนังสือบอกเจ้าพระยาจักรีขึ้นกราบบังคมทูล

พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทราบ ก็ทรงพระโกรธตรัสว่าเจ้าพระยาจักรีเป็นผู้ใหญ่ ก็เคยทำศึกสงครามมา ยังว่าจะไปตีเอาเมืองเหล่านี้ ก็หาตีได้ไม่ เจ้าเมืองเมาะลำเลิงเข้าสามิภักดิ ขอ กองทัพออกไปช่วยรักษาเมือง ไพร่บ้านพลเมืองปกติอยู่สิ้น ฝ่ายเมืองเมาะตะมะ เมืองละเคิ่ง เมืองบัวเผื่อน เมืองพะสิม เมืองขลิก เมืองตองอู เล่าก็มาอ่อนน้อม ควรหรือให้เป็นได้เถิงเพียงนี้ ประการหนึ่งเมืองเมาะลำเลิงก็อยู่ฟากน้ำตะวันออก เหมือนอยู่ใน กำมือ ก็ยังให้หลีกหนีไปได้ด้วยเล่า ทำศึกดุจทารกอมมือ ครั้นจะ ให้ฆ่าเสียก็เสียดายคมหอกคมดาบ ตรัสนั้นก็สั่งให้มีตราตอบ คาดโทษออกไปว่า เจ้าพระจักรีจะตีเอาเมาะตะมะได้หรือมิได้ ถ้าเห็นได้ถ่ายเดียวแล้วให้ตีเอา ถ้าเห็นได้ให้รักษาค่ายเมาะลำเลิง ไว้ให้มั่น ทัพหลวงเสด็จพระราชดำเนินออกไปเถิงจึงจะตีเมือง เมาะตะมะทีเดียว

ผู้ถือหนังสือก็กลับไปแจ้งแก่เจ้าพระยาจักรีทุกประการ เจ้า พระยาจักรีแจ้งในท้องตรารับสั่งดังนั้น ก็กลัวพระราชอาชญาเป็น อันมาก แล้วเร่งรัดให้นายทัพนายกองทำเรือรบเรือไล่เสร็จแล้วก็ให้ ลากลงไว้กลางน้ำ แล้วคิดแต่งกองทัพทั้งปวงกำกับให้เกี่ยว ข้าว ๔ กอง ๆ ละ ๕๐๐ คอยสะกัดตีมอญกบฎทุกวัน พวกมอญ เห็นกองทัพไทยมาก ต้านทานมิได้ก็หลบหลีกเข้าในป่า นายทัพ