นายกองให้เร่งเกี่ยวข้าวเบาและข้าวหนัก ในแขวงเมืองเมาะลำเลิง นวดขนเข้าไว้ในยุ้งฉางได้ประมาณ ๒๐๐๐ เกวียน
ส่วนพระยาลาวเจ้าเมืองเมาตะมะ แต่งชาวด่านให้มาประจำข่าวราชการอยู่ทางแม่ลำเมา ทางตองอู ทางแม่จัน ทางแม่กษัตริย์ ให้ว่าทัพหลวงนครกรุงศรีอยุธยาจะยกมาหรือ ๆ มิมา
ฝ่ายสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัว ครั้นให้หนังสือตอบมายังเมืองเมาะลำเลิงแล้ว ก็มีพระราชโองการแก่ท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุข ทั้งปวง ให้เตรียมทัพพร้อมเสร็จ กำหนดทัพหลวงจะเสด็จโดยชลมารคณวันเสาร์ เดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง ไปขึ้นบกเมืองกาญจนบุรี ให้กองทัพบกทั้งปวงล่วงไปคอยรับเสด็จให้พร้อม ท้าวพระยานายทัพนายกองก็ยกช้างม้ารี้พลไปยังเมืองกาญจนบุรีตามพระราชกำหนด
ครั้นเถิงณวันเสาร์ เดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง เพลารุ่งแล้ว ๒ นาฬิกาได้มหาอุดมฤกษ์ สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็ทรงเครื่องอลงการสรรพาภรณ์วิชัยสรัพเสร็จ เสด็จลงสู่พระที่นั่งกนก รัตนวิมานมหานาวา อันรจนาด้วยกาญจนบริบูรณ์มณีชัชวาลย์ทั้งคู่ ดูพันลึก อธึกด้วยเรือจำนำท้าวพระยาสามนตราชฝ่ายหารพลเรือน เรียงประจำจับฉลากสลอนสลับคับคั่ง โดยกระบวนพยุหยาตรา พระโหราราชครูธิบดีศรีทิชาจารย์ ก็ลั่นฆ้องชัยให้คลายเรือพระที่นั่ง สุวรรณหงส์ อันทรงพระพุทธปฎิมากรทองนพคุณ บรรจุพระสารีริกบรมธาตุ ถวายพระนามสมญาพระชัยนั้นก่อนแล้ว เรือกระบวนหน้า ทั้งปวงเดินโดยลำดับ เรือพระที่นั่งแลเรือแห่ซ้ายขวากระบวนหลัง