คิดรักษาพระนครให้ดี แล้วให้บอกไปเถิงพระเจ้าตองอูหลานเรา ให้ ยกพลมาช่วยการสงคราม เสนบดีบอกข้อราชการไปยังเมืองตองอู และหัวเมืองทั้งปวง ให้ยกมาช่วยป้องกันเมืองเมาะตะมะ และใน เมืองหงสาวดีนั้น ก็เกณฑ์ไพร่พลรักษาหน้าที่เชิงเทินตามธรรมเนียม
ฝ่ายพระยาตองอู จึงให้ไปอาราธนาพระมหาเถรเสียมเพรียมเข้ามาณเรือน แล้วบอกประพฤติเหตุให้พระมหาเถรฟังทุกประการ แล้วว่าพระผู้เป็นเจ้าช่วยคิดให้โยมด้วย
พระมหาเถรได้ฟังหัวเราะแล้วว่า มหาบพิตรกลัวพระนเรศร์ นักอยู่หรือ
พระยาตองอูจึงว่า พระผู้เป็นเจ้าช่วยทำนุบำรุงอยู่แล้ว โยมหากลัวไม่พระมหาเถรยิ้มแล้วจึงว่า มหาบพิตรอย่าวิตกเลย ซึ่งพระนเรศร์ พี่น้องยกมานี้ อุปมาเหมือนเทพดาอันจรในจักรราษีมาอุดหนุนให้ ชาตามหาบพิตรโชคตกทวารลักษณะจันทร์จะขึ้นนระอยู่แล้วอย่าช้าเลยจงเร่งยกพลลงไปเมืองหงสาวดี แล้วแต่งม้าใช้ถือหนังสือไปเถิง พระยาลาวเมืองเมาะตะมะ ว่าให้เร่งกวาดไพร่พลหัวเมืองซึ่งขึ้นแก่เมืองเมาะตะมะเข้าไว้ในเมืองให้มั่นคง แล้วให้ตั้งค่ายคูให้มั่นคง จงช่วยกันเป็นใจรบอย่าให้กองทัพกรุงพระนครศรีอยุธยข้ามมาได้ ถ้าศึกหนักแน่นประการใดให้บอกมา เราจะยกลงไปช่วย แต่บัดนี้ เราจะไปเฝ้าพระเจ้าหงสาวดีคิดราชการก่อน มหาบพิตรมีหนังสือ ไปเอาใจเมืองเมาะตะมะดังนี้แล้ว จงแต่งม้าเร็ว ๒๐-๓๐ ม้าให้ไป