ประจำฟังข่าวอยู่นั่น แล้วให้ผลัดเปลี่ยนกันเอาช่วยมาแจ้งจงเนือง ๆ ถ้าศึกไทยกับรามัญยังไม่ติดกันเข้า อย่าเพ่อทำจะเสียการ ถ้าศึก ตีติดกันเข้าเมื่อไรแล้ว ก็ให้ทำการใหญ่เถิด และเมื่อจะเข้าเมือง หงสาวดีมาเมืองตองอูนั้นแล้ว ให้จุดเผาบ้านเรือนสะเบียงอาหารในเมืองหงสาวดีให้สิ้น กำลังศึกก็ถอยลง ถ้าเห็นยังติดตามมา ก็ ให้เอาของพระเจ้าหงสาวดีสิ่งหนึ่งสองสิ่ง แต่งคนถือหนังสือไปถวายหน่วงทัพไว้ แต่การกันเมือง ไว้ให้มั่นคง เถิงมาตรจะเสียของไปนิด ก็อย่าเสียดายเลย อุปมาเหมือนดอกไม้หล่นไปดอกหนึ่งสองดอก ถ้าต้นรากบริบูรณ์อ ยู่แล้วก็ในจะผลิดอกออกผลสืบไป พระมหาเถร จึงสั่งความแก่พระยาตองอูทุกประการ แล้วก็ลาไปอาราม
พระยาตองอูก็เกณฑ์ทัพ ๑๐,๐๐๐ สรัพไปด้วยสาตราวุธพลเครื่อง นอก นั้นให้กวาดต้อนเข้าในเมืองสิ้น และเกณฑ์ให้ขึ้นรักษา หน้าที่เชิงเทิน ครั้นพิชัยฤกษ์ดีแล้ว พระยาตองอูก็ยกพล ๑๐,๐๐๐ ลงมา ยังเมืองหงสาวดี ตั้งกองทัพอยู่นอกเมือง พระยาตองอูเข้าไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีในพระราชวัง พระเจ้าหงสาวดีจึงตรัสปราสัยพระยาตองอู ว่าทัพพระนเรศร์ยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวง หลานเราจง ช่วยคิดราชการป้องกัน อย่าให้เมืองมอญไปเป็นชะเลยกรุงพระนคร ศรีอยุธยาได้ พระยาตองอูกราบทูลว่า พระองค์อย่าทรงพระวิตกเลยข้าพเจ้าจะขอทำราชการฉลองพระคุณกว่าจะสิ้นชีวิต ทูลแล้วพระยาตองอูก็ลาพระเจ้าหงสาวดีออกมายังกองทัพ แต่พระยาตองอูเวียน เข้าไปเฝ้าเยือนพระเจ้าหงสาวดีเนือง ๆ ชาวหงสาวดีซึ่งรักษาหน้าที่