ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/286

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
241
 

เชิงเทียนเข้าออกนั้น ก็ไม่รังเกียจชาวตองอู ไว้ใจให้เข้าออกทั้ง กลางวันกลางคืน

ฝ่ายพระยาลาวเมืองเมาะตะมะนั้น ครั้นแจ้งในหนังสือบอก ดังนั้นสำคัญว่าจริง มิได้รู้ว่าเป็นอุบาย ก็แต่งคนถือหนังสือไป ขับต้อนเจ้าเมืองกรมการและราษฎรบรรดาเป็นเมืองขึ้นแก่เมืองเมาะ ตะมะ ให้ยกไปเมืองเมาะตะมะให้สิ้น เจ้าเมืองกรมการและราษฎรเมืองขึ้นแก่เมาะตะมะ ๓๒ หัวเมือง ที่คิดเห็นว่าเจ้าเมืองเมาะตะมะจะสู้กองทัพได้ก็ยกกันเข้ามา ที่เห็นว่าจะสู้ทัพกรุงมิได้ก็ไม่เข้ามา ยกครอบครัวอพยพเข้าป่าเป็นอันมาก

ฝ่ายเจ้าเมืองเมาะตะมะ ก็จัดตรวจรี้พลทหารใหญ่น้อยรักษาหน้าที่ทั้งป้องกันเมืองเป็นสามารถ

ฝ่ายสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ เสด็จประทับแรมพักช้างม้ารี้พลณพระตำบลแม่กษัตริย์ ๓ เวน

ครั้นวันศุกร์[1] เดือน ๓ แรมค่ำหนึ่ง เพลา ๑๐ ทุ่ม บังเกิดชัยนิมิตรบันดาลให้เสนางคนิกรโยธาทวยหาญในกองทัพรื่นเริง เปล่งออกมาซึ่งศัพทสำเนียงกึกก้องโกลาหล ครั้นเพลา ๑๐ ทุ่ม พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็ทรงเครื่องสรรพนิลวัตถาลังกาภรณ์วิภูษิต สำหรับขัตติยราชรณยุทธ์แล้ว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนเกย ทอดพระเนตรเห็นช้างพระที่นั่งทั้งสองซึ่งประทับอยู่นั้น

  1. ถ้าเดือน ๓ ขึ้นค่ำหนึ่ง เป็น วันเสาร์จริง เดือน ๓ แรมค่ำหนึ่ง ก็น่าจะเป็นวันอาทิตย์