แรม ๑๓ ค่ำ พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสอง พระองค์ ก็เสด็จด้วยชลวิมานข้ามแม่น้ำเมาะลำเลิง ไปตั้งทัพหลวง ในเมาะตะมะ
ในขณะนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงตรัสทรงพระโกรธแก่เจ้าพระยาจักรี และตรัสให้จำขังไว้ในเมืองเมาะลำเลิง และไว้พระยาธนบุรี นอกราชการ และขุนหมื่นทั้งปวง ให้อยู่รักษาเมืองเมาะลำเลิงด้วยพระยาจักรี และมีพระราชกำหนดให้ซ่องสุมเอามอญอันซ่านเซ็นทั้งปวง ให้เข้าอยู่ในเมืองเมาะลำเลิง ตรัสให้พระยาสวรรคโลกและ พระยาพิชัย พระยากาญจนบุรี และขุนหมื่นทั้งหลาย อยู่รั้งเมืองเมาะตะมะ และซ่องสุมมอญอันซ่านเซ็นทั้งปวงเข้าอยู่เมืองเมาะตะมะ
เถิงณวันเสาร์เดือน ๓ แรม ๑๔ ค่ำ ก็ยกทัพหลวงเสด็จจากเมืองเมาตะมะ เสด็จโดยสถลมารคเถิงฝั่งน้ำสะโตง
ฝ่ายพระยาตองอูอยู่ในเมืองหงสาวดี ครั้นได้ยินข่าวว่าทัพหลวงเสด็จไป พระยาตองอูแต่งให้ม้าประจำข่าวเถิงเมืองเมาะตะมะ ครั้น รู้ข่าวว่าเสียเมืองเมาะตะมะแล้ว พระยาตองอูก็เข้าเมืองหงสาวดี แลให้เผาเย่าเรือนทั้งปวงเสีย แล้วก็พาพระเจ้าหงสาวดีรุดหนีไปยังเมืองตองอู
ฝ่ายทัพหลวงไซร้ ครั้นเถิงฝั่งสะโตง พระบาทสมเด็จบรมพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ตรัสสั่งพระมหาเทพ เป็นนายกองทัพม้า ๒๐๐ ให้ยกไปก่อนทัพหลวง แล้วตรัสใช้พระยาเพ็ชรบุรี ให้ยกช้างม้า และพล ๓๐๐๐ หนุนทัพพระมหาเทพ จึงยกทัพหลวงข้าม