ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/313

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
268
 

พระเจ้าละแวก พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ก็มีพระราชโองการตรัสให้แต่งทัพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา และช้างเครื่อง ๕๐ ม้า ๑๐๐ พล ๑๐,๐๐๐ ทัพพระยาธรรมาธิบดี พระยาสวรรคโลก พระยากำแพงเพ็ชร พระยาสุโขทัย พระยาพันธารา ยกไปโดยทางโพธิสัตว์ และมีพระกำหนดไปให้พระเจ้าละแวก ยกทัพออกมาบรรจบด้วยทัพสมเด็จ พระเจ้าลูกเธอแล้ว ให้ยกไปตีทัพพระยาออนในตำบลแสนสะโทงนั้นครั้นตีทัพพระยาออนแตกฉานแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอก็ยกทัพคืน มา โดยทางพระนครหลวง มาถวายบังคับพระบาทสมเด็จพระพุทธ เจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์

เมื่อทัพหลวงเสด็จอยู่ในเมืองเพ็ชรบุรี ในปีเถาะตรีศกนั้น พระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นไปประพาสโดยทางชลมารค เสด็จด้วยพระชลวิมาน อันอลัง การอลงกฎรจนา ดูมหิมาดาดาษด้วยบริหาร แสนศฤงคารประดับ สรัพเสร็จ เสด็จเถิงเมืองพระพิษณุโลก ตั้งตำหนักในตำบลวัดจันทร์ ฝ่ายพระคชาธารสารสินธพพาหนะ และช้างต้นม้าต้นทั้งปวงไซร้ ทรงพระกรุณาตรัสให้ไปโดยทางชลมารค รับทัพหลวงในเมืองพระ พิษณุโลก พระบาทสมเด็จเอกาทศรฐอิศวร บรมนาถบรมบพิตรพระ พุทธเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จไปนมัสการพระชินราช ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในเมืองพระพิษณุโลกนั้น แล้วก็เสด็จไปประพาศในจังหวัดเมืองพระพิษณุโลกนั้นทุกตำบล

ในขณะนั้นกรมการเมืองพระพิษณุโลก กราบทูลพระกรุณาว่าเสือร้ายนักย่อมมาบีฑาผู้ในคนในเมืองพระพิษณุโลก ทรงพระกรุณา