ในพระที่นั่งครุฑพยุหะอันรจนา จึงตีอินทเภรีเป็นทุติยวาร ประโคม ฆ้องกลองดุริยดนตรีทั้งปวง จึงเบิกเรือต้นพระพิชัยสุพรรณหงส์และ วรสุพรรณหงส์พยุหยาตรา ให้นำเรือต้นเรือคู่แข่งทั้งปวงขึ้นมา ถวายบังคมพระบาทสมเด็จบรมพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว โดยการพระราชพิธีอาศวยุช พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็ประสาทเรือต้นชัยสุพรรณหงส์พยุหยาตรา วรสุพรรณหงส์พยุหยาตราแลเรือต้นทั้งปวง พระราชทานแก่พระสังฆราชคามวาสีอรัญวาสี และพระสงฆ์มหานาคราชาคณะทั้งปวง อันเข้ามาถวายพระพรนั้นแล้วก็เอาเงินสนองเรือต้นทั้งปวงเป็นเครื่องสการบูชาจตุปัจจัยทานแก่พระสงฆ์ทั้งหลาย ครั้นเรือต้นแลเรือคู่แข่งทั้งปวงถวายบังคม และพายขึ้นไปอยู่โดยทำเนียบเทียบคู่เข้าขนัดที่จะวางเรือนั้นโสด จึง ยกธงอาศวยุชในหน้าพระที่นั่งให้เป็นสำคัญ ก็ลั่นฆ้องชัยวางเรือต้น ศรีสามารถชัย ไกรสรมุข พายแข่งกันลงมาเป็นอาทิแล้ว ก็ วางเรือคู่แข่งกันลงมาโดยอันดับ ครั้นแข่งเรือทั้งปวงเสร็จ แล้ว จึงเลี้ยงลูกขุนแลประสาทพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชะนะทั้งปวงเสร็จ พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวก็เสด็จประเวศยังพระราชมนเฑียรในบัดเดียวนั้น
พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็มีพระราชโองการตรัสแก่พระยารัตนบาล ให้รจนาพระพุทธปฎิมาเป็นพระพุทธรูป สนองพระองค์ห้าพระองค์ องค์หนึ่งบุทองนพคุณทรงเครื่องมงกุฎกุณฑล พาหุรัตน์ย่อมประดับเนาวรัตน์ แลบัลลังนั้นบุทอง