ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/344

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
299
 

ซึ่งจะไปค้าก็เหมือนการอันเป็นครั้งนี้ ถ้าท้าวกรุณานิ่งตายคนทั้งหลายก็จะพลอยตายด้วย ถ้าท้าวพระกรุณาคิดการรอดจากความตาย คนทั้งปวงก็จะรอดด้วย

เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ได้ฟังขุนนางว่าดังนั้นหัวร่อแล้วว่าเจ้าแผ่นดินว่าเราเป็นกบฎแล้วเราจะทำตามรับสั่ง ท่านทั้งปวงจะว่าประการใดขุนนางทั้งปวงกราบแล้วจึงว่าถ้าท้าวพระกรุณาจะทำการใหญ่จริง ข้าพเจ้าทั้งปวงจะเอาชีวิตสนองพระคุณตายก่อน เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ เห็นขุนนางลงให้พร้อมด้วยสุจริต ก็จัดแจงเป็น หมวดเป็นกอง กำหนดกฎหมายกันมั่นคง ครั้นเพลาชาย ๓ โมงเศษจุดเพลิงเผาศพเสร็จแล้ว ได้อุดมฤกษ์เวลา เจ้าพระยากลาโหม สุริยวงศ์ ก็ลงเรืออมพร้อมด้วยขุนนางทั้งปวงสัก ๑๐๐ ลำ คน ประมาณ ๓๐๐๐ เศษ สรัพด้วยเครื่องสาตราวุธล่องมาขึ้นประตูชัย

วันนั้นเป็นเสารวาร เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ใส่เสื้อดำ กางเกงดำขี่ม้าดำ ขุนนางแลไพร่ตามมาเป็นอันมาก ครั้นเถิงหน้า พระกาฬจึงลงจากม้าตั้งสัจจาธิฐานว่า ข้าพเจ้าปรารถนาพระโพธิญาณถ้าจะเสร็จแก่พระพุทธสมบัติเป็นแท้ จะยกเข้าไปล้างผู้อาสัจขอให้สำเร็จดังปรารถนา เสร็จอธิฐานแล้วเพลาพลบค่ำจึงมาตั้งซุ่มพลอยู่ณวัด สุธาวาศ ครั้นเพลา ๘ ทุ่ม นิ่งคอยฤกษ์พร้อมกันเห็นพระสารีริกธาตุเสด็จมาแต่ประจิมทิศผ่านไปปราจินทิศ ได้นิมิตร์เป็นมหามงคลฤกษ์อันประเสริฐ ก็ยกพลมาเข้าประตูมงคลสุนทร ให้ทหารเอาขวานฟัน ประตูเข้าไปได้ ด้วยเดชากฤษฎาภินิหารอันใหญ่ยิ่ง หามีผู้ใดจะออกต่อต้านมิได้ ก็กรูเข้าไปถึงท้องพระสนามใน ข้าหลวงเดิมซึ่งนอน