ธานีใหญ่น้อยเป็นอันมาก เราคิดว่าจะเสี่ยงบารมีลบศักราช บัดนี้ขาลสัมฤทธิศกจะเอากุรเป็นสัมฤทธิศกขึ้น ดิถีวารจันทร์เถลิงศก ให้กรุงประเทศธานีนิคมชนบททั้งปวง เป็นสุขไพศาลสมบูรณ์ดุจทวารปรยุคท่านทั้งหลายจะเห็นเป็นประการใด เสนาบดีมนตรีมุขมาตยายอกร กราบทูลพระกรุณาว่า ซึ่งทรงพระราชดำริทั้งนี้ เพราะทรงพระ เมตตาแก่สัตวโลก ได้ชื่อว่าสัมมาสังกัปปะญาณสัมปยุตรอสังขาริกประการหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งใจบำเพ็ญทานกุศล เป็น สาสนูปถัมภกในพระพุทธศาสนา อุปมาเหมือนเนื้อนาบริสุทธิ์ดีอยู่แล้ว จะหว่านพืชสิ่งใดลง ก็จะได้ผลเป็นแท้ ซึ่งพระองค์ตั้งพระทัยจะลบศักราช ให้ประชาราษฎรเป็นสุขนั้น เห็นเทพเจ้าก็จะช่วยให้สมพระทัยปรารถนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสได้ทรงฟังมุขมนตรีกราบทูลดังนั้น มีพระทัยโสมนัสปราโมทยิ่งนัก จึงให้พฤฒาจารย์ผู้รู้ตำหรับพระราช พิธี ไปจัดแจงตกแต่งการทั้งปวง พฤฒาจารย์รับพระราชโองการแล้ว ก็ให้กฎหมายส่งทุกพนักงาน ให้ตั้งเขาพระสุเมรุราช หน้าจักรวรรดิ ไพชยนตมหาปราสาท มีเขาไกลาศแลเขาสัตตภัณฑ์ ล้อมพระเมรุ เป็นชั้น ๒ ออกมา แล้วให้ช่างกระทำรูปอสุรกุมภัณฑ์คนธรรพ์คันธัพพระฤษีฤสิทธิ์วิทยาธร กินรนาคสุบรรณทั้งหลาย รายเรียงโดยระยะเขาสัตตภัณคีรี แล้วไห้กระทำรูปสมเด็จอมรินทราธิราช สถิต ณยอดเขาพระสุเมรุราชเป็นประธาน จึงให้ทิชาจารย์แต่งกายเป็น พระอิศวร พระวิศณุ พระพาย พระพิรุณ พระเพลิง พระยม พระไพศภ พระจันทร์ พระอาทิตย์ รูปเจ้าทั้ง ๑๒ ราษี แวดล้อมสมเด็จ
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/357
หน้าตา