ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/367

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
322
 

จะยุทธ์นั้น เพราะเหตุว่าสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชไซร้ พระชนม์ว่าร้อนสุกร แลใบสะเดานั้นเป็นนามพุฒ แลสุกรไซร้สิ้นกำลังใน พุฒนาม เพื่อจะประหารนามแห่งอริราช ครั้นแล้วสมเด็จบรม บพิตรพระเป็นเจ้าก็ให้สักการบูชาพระศรีรัตนตรัยแลพระอิศวรพระนารายน์เป็นเจ้าแลเทพยดาผู้มีฤทธิศักดิ์ทั้งปวง ดำรัสสั่ง ขุนเสนาชัย ขุนจันทราเทพ ขุนทิพมนตรี ขุนเทพมนตรี ขุนสิทธิ์ คชรักษ์ ขุนเทพศรีธรรมรัตน์ ให้คุมไพร่พล ๑๐๐ อยู่รักษา พระราชวังบวรสถานมงคล

ในวันพฤหัสบดีเดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำเพลาชายแล้ว ๕ นาฬิกา เศษ สมเด็จบรมบพิตรพระเป็นเจ้าก็แต่งพระองค์สรัพสำหรับการ พิชัยยุทธ์ จึงทรงพระษิโณทกอธิฐานแล้วก็เสด็จทรงช้างต้นพลาย มงคลไอยรา ตรัสให้พระเทพเดชเป็นกลางช้างพระที่นั่ง ขุน พศรีควาญ แลตรัสให้สมเด็จพระอินทราชาธิราช ผู้เป็นพระอนุชา ทรงช้างต้นพังกระพัดทอง ขุนพรหมธิบาลเป็นกลางช้างพระที่นั่ง หมื่นเทพกุญชรควาญ ตรัสให้เมืองมโนรมย์ขี่ช้างต้นพลายพรหมพักตร์นายไทยมหาดเล็กเป็นกลางช้าง นายปรางควาญ หมื่นราชกุญชร ขี่ช้างต้นพังตลับหน้าช้างพระที่นั่ง ครั้นได้ศุภวารมหุดิฤกษ์เพลาอันประเสริฐ ก็เสด็จกรีธาพลพยุหยาตรา สรัพด้วยเครื่องราโชปโภค และประโคมฆ้องกลองแตรสังข์ จึงเสด็จพระราชดำเนินโดยทวารพิพิธยาตราไปโดยทางหน้าวัดพลับพลาชัย จึงพระยาเสนาภิมุข พระยา ไชยาสุระ คุมยี่ปุ่น ๔๐ มากราบถวายบังคมทูลขออาษาราชการ และ