ทั้งปวง แห่หน้าหลังซ้ายขวาโดยเสด็จพระราชดำเนินไปถึงพระนครหลวง จึงเสด็จขึ้นพระตำหนัก ครั้นเวลารุ่งแล้วประมาณ ๒ นาฬิกาเศษจึงเสด็จทรงม้าต้นพระที่นั่งราชพาหะ ให้พระอินทราชทรงม้า ตัวหนึ่ง พระไตรภูวนาทิตยวงศ์ทรงม้าตัวหนึ่ง สมเด็จพระรามราชาธิราชทรงม้าตัวหนึ่ง เป็นสี่พระองค์ และเสนาบดีมนตรีมุข ทั้งปวง โดยเสด็จแห่หน้าหลังโดยซ้ายโดยขวา เสด็จออกไปกลาง ทุ่งหน้าพระตำหนักพระนครนั้น และพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ก็กลัว พระเดชบุญญานุภาพพระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวมิอาจ ที่จะร้ายได้ แล้วเสด็จพระราชดำเนินเข้ามายังพระตำหนักพระไตร ภูวนาทิตยวงศ์ก็ตามเสด็จเข้ามาในพระราชวังพระนครหลวง จึงพระ สุรินทรก็ตามพระไตรภูวนาทิตยวงศ์เข้ามาถึงหน้าปรำช้าง แล เห็นพระไตรภูวนาทิตยวงศ์แก้จางนางดาบออกแล้ว ก็ขึ้นไปบนฉนวนจึงพระสุรินทรภักดีเนื้อความกราบทูลพระกรุณาให้ทราบ แล้วก็เสด็จเข้าทีพระบรรทม ขณะนั้นจึงมีพระราชโองการตรัสสั่งพระยาวิชิตภักดี พระสุรินทรภักดี และขุนเหล็กมหาดเล็ก ให้ผลัดกันเอางาน พัชนีให้พิทักษ์รักษาระไวอยู่ จึงพระสุรินทรภักดีซึ่งเอางานพัชนี อยู่นั้น ก็เห็นพระอินทราราชาธิราชแลพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ ออกจากพระตำหนักมาใกล้ที่พระบรรทมครั้นเห็นพระสุรินทรภักดีก็กลับคืน เข้าไป แล้วขุนเหล็กมหาดเล็กก็รับงานพัชนีผลัดพระสุรินทรภักดี แลพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ใช้ให้พระองค์ทองออก เอาพระแลง หอกต้นหลวงซึ่งอยู่ณพระที่นั่งมุขเด็จนั้นไป ครั้นพระบาทสมเด็จ
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/379
หน้าตา