บรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จตื่นจากพระบรรทม จึงขุนเหล็กมหาดเล็กกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระองค์ทองออกมาเอาพระแสงหอกต้น ซึ่งอยู่ณพระที่นั่งมุขเด็จนั้นเข้าไป จึงทรงพระกรุณาตรัสว่า ซึ่งพระแสงต้นไซร้จะเป็นสำหรับองค์ไตรภูวนาทิตยวงศ์หามิได้ และ ซึ่งให้มาเอาพระแสงต้นเข้าไปไว้ดังนี้ เห็นว่าองค์ไตรภูวนาทิตยวงศ์ จะคิดร้ายตัวเราเป็นมั่นแม่น จึงพระบาทสมเด็จบรมพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว ก็มีพระราชโองการตรัสสั่งให้พระยาพิชัยสงคราม คุมไพร่พล อยู่รักษาประตูหน้าพระราชวัง ให้พระศรีมหาราชาคุมไพร่พลอยู่รักษาประตูพระราชวังฝ่ายขวา ให้หลวงรามฤทธิไกร[1] คุมไพร่พลอยู่ รักษาประตูฉนวน และพิทักษ์รักษาอย่าให้ผู้คนแปลกปลอมเข้า ออกได้ จึงมีพระราชโองการตรัสสั่งให้พระยาจักรี พระยาพิชิตภักดี พระมหามนตรี หลวงอินทรเดชะ ให้เป็นพนักงานคุมพระไตรภูวนา ทิตยวงศ์ แลให้พระสุรินทรภักดี หลวงเทพสมบัติ หลวงกำแพง พระราม หมื่นมไหศวรรย เป็นพนักงานกุมพระอินทราชาให้จงได้ ให้หลวงวิชิตสงคราม หลวงรามภักดี ซึ่งเอาดาบของพระอินทราชา และพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ ซึ่งให้ข้าถืออยู่นั้นไว้ให้จงได้ ครั้น เพลาเช้า ๔ นาฬิกา ซึ่งพระอินทราชาแลพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ พระองค์ทอง ก็ออกมาเฝ้าณที่ฉนวนพร้อมกัน แลข้าหลวงผู้มีชื่อ ซึ่งได้เป็นพนักงานจับกุมนั้น ก็มาเฝ้าพร้อมกันที่ฉนวนนั้น จึงพระยาจักรีกราบทูลพระกรุณาว่า คืนนี้ข้าพระพุทธเจ้านิมิตรเป็นอัศจรรย์
- ↑ อีกฉบับหนึ่งว่า พระธนบุรีคุมข้าหลวงอยู่รักษาประตูฉนวน