เสนาบดีมนตรีมุขทั้งปวง ก็เข้ากระบวนโดยเสด็จซ้ายขวาหน้าหลัง เสด็จพระราชดำเนินเข้ามายังพระราชวังบวรสถานมงคล จึงมีพระ ราชโองการตรัสสั่งให้ตำรวจนอกตำรวจใน ไปจับเอาข้าคนพระ ไตรภูวนาทิตยวงศ์ ซึ่งร่วมคิดด้วยพระไตรภูนาทิตยวงศ์นั้นมา ถวาย หลวงกลาโหมข้าหลวงเดิมพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ให้การว่า พระศรีภูริปรีชา พระยาพัทลุง หลวงจำลองวัง ขุนศรีเทพบาท หมื่นทิน นายบุญ นายพลาย นายภิม อำแดงแก่น และนายขาน นายดวง นายอินทร หมื่นทิพย์ หมื่นเทพซึ่งเป็นตำราวจในซ้ายขวา ขุนหมื่นกบาลเมือง นายบุญเกิด นายนวย ผู้มีชื่อทั้งนี้คิดอ่านด้วยพระไตร ภูวนาทิตยวงศ์ จะแต่งเตรียมไว้ฟังดูแต่ในเดือน ๔ ถ้าและละอองธุลีพระบาทโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชวังฝ่ายใน ทั้งสองพระองค์นั้นเห็นว่าจะโปรดเที่ยงแท้ และแผ่นดินจะราบคาบไปภายหน้า ถ้าทรงพระกรุณามิโปรดจนถึงพระราชพิธีแล้วจึงจะมีความคิด แลทุกวันนี้แต่จะป้องกันตัวไป จะได้ยกเข้ามาแต่ในการพระราช พิธีนี้หามิได้ แลจะได้คิดว่าจะยกเข้ามาในวันใดเดือนใดนั้นยังไป่มิได้คิด วันหนึ่งพระไตรภูวนาทิตยวงศ์เสพสุราแล้ว และลงมาณศาลาว่าเราจะเอาคนแต่ ๑๐๐ ยกเข้าไปก็จะได้ อนึ่งเมื่อถามนายอินทร์ ๆ ให้การว่า เมื่อแรกคิดอ่านจะทำในละอองธุลีพระบาทนั้น พระศรีภูริปรีชา พระยาพัทลุง พระสิทธิชัย หลวงกลาโหม หลวงสรรพสิทธิ หมื่นภักดีศวรน้องพระสิทธชัยหนึ่ง ผู้มีชื่อทั้งนี้คิดด้วยพระไตร ภูนาทิตยวงศ์ณท้องพระโรง และว่าพระศรีภูริปรีชา หมื่นราชา
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/382
หน้าตา