ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/413

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
368
 

ศักราช ๑๐๕๕ ปีระกาเบญจศก (พ.ศ. ๒๒๓๖) กรมการเมืองไชยาบอกเข้ามาว่า นายสังข์ ยมราช กับท้าวทรงกันดาล หนีออกมาอยู่นครศรีธรรมราช ซ่องสุมชาวเมืองนครคิดกบฎ ครั้น ตรัสทราบ สั่งให้พระยาเดโช พระท้ายน้ำ คุมพลทหาร ๑๕๐๐๐ ยกออกไปรบ นายสังข์ ยมราช รู้ว่ากองทัพยกออกมาถึงตำบล ท่ามาก จึงยกพลออกไปรบ นายสังข์ ยมราช ตายในที่รบ แต่ ท้าวทรงกันดาลหนีสูญไป ฝ่ายพระยาเดโช พระท้ายน้ำ มีชัยแก่ข้าศึก ก็ยกพลเข้าเมืองนคร จัดแจงบ้านเมืองเสร็จแล้ว แต่งหนังสือ ให้คนถือเข้ามายังพระนคร กราบทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่ ครั้น ดำรัสทราบ จึงมีตราให้หากองทัพกลับคืนมายังพระนครศรีอยุธยา

ศักราช ๑๐๕๖ ปีจอฉอศก (พ.ศ. ๒๒๓๗) ได้เมืองนคร ศรีธรรมราช ครั้งหนึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเป็นมูล ธรรมกตัญญูภาพ ถึงคุณานุคุณพระอาจารย์วัดพระยาแมน ว่าแต่ครั้งอาตมอุปสมบทเป็นภิกขุภาวะอยู่ในอารามนั้น พระอาจารย์ได้สั่งสอนพระศาสนพรหมจรรย์เป็นอันมาก ประการหนึ่งก็ได้ทำนายเราก็ไว้ว่า จะได้ผ่านสมบัติเอกราช บัดนี้อาตมเล่าก็ได้สมดังพระอาจารย์ทำนายไว้แต่ก่อน จำอาตมจะปฎิการสนองพระคุณให้ถึงขนาด ครั้นทรง พระราชดำริแล้ว ก็เสด็จพระราชดำเนินแวดล้อมไปด้วยเสวกามาตย์ราชบรรสัชทั้งปวงเป็นอันมาก เสด็จถึงวัดพระยาแมน เข้านมัสการ พระอาจารย์ แล้วมีพระราชบริหารดำรัสสั่งให้สถาปนาพระอุโบสถ วิหาร การเปรียญ เสนาสนะกุฎี ขจิตรจนาเป็นสามีทานแล้ว ทรง