ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/415

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
370
 

สถานมงคล มีพระบันทูลสั่งให้ยิงปืนใหญ่ออกไปถูกธรรมเถียรตก ช้างลงตาย คุลาขี่ท้ายช้าง โจนลงจากช้างหนีไป ตามจับได้ถึง ตำบลวัดขนานป่าข้าวสาร ไพร่พลหัวหน้าแตกหนีกระจายไป และ พลชายพลหญิงที่เข้ามาตาม ยังเดินหลามเข้ามา และช้างพลายกาง นั้นจับเข้ามาถวาย ฝูงชนชายหญิงทั้งนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาตรัสว่า มันเป็นคนโมหะหาปัญญามิได้ ปล่อยมันเสียเถิดอย่าเอาโทษเลย

จุลศักราช ๑๐๕๙ ปีฉลูนพศก (พ.ศ ๒๒๔๐) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ได้ผ่านสมบัติในพระนครศรีอยุธยาได้ ๑๕ พระ วษา

(๒๙) รัชกาลสมเด็จพระเจ้าเสือ

ฝ่ายพระสังฆราชพระราชาคณะอภัยสมุหมาตยเสนามนตรี กวีราชปโรหิตาโหราจารย์ทั้งปวงเป็นอันมาก จึงอัญเชิญกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ขึ้นผ่านสมบัติตามวงศ์ขัตติยราชประเพณีศรีสุริย วงศ์สืบไป จึงเสด็จอยู่พระที่นั่งสุริยามินทร์มหาปราสาท พระราชโองการดำรัสสั่งให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองใหญ่ เป็นมหาอุปราชฝ่ายหน้า เสด็จอยู่วังจันทร์ ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชโองการตรัสสั่งเจ้าพนักงานให้แต่งการพระเมรุใหญ่ เมรุทิศ เมรุแซก อลังการประดับสำหรับขัตติยราชประเพณีเสร็จ ครั้นได้มหาพิชัย ศุภมงคลแล้ว ก็เชิญพระโกศทองทรงพระบรมศพขึ้นสู่มหาพิชัย