ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/449

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
404
 

เมืองสุพรรณ เอามาคุมไว้ที่วัดฝาง สังข์ ราชาบริบาล หนีไปบวช เป็นเถร จับได้ณแขวงเมืองบ่อชุม เจ้าทั้งสองพระองค์นั้นให้ประหารเสียด้วยท่อนจันทน์ เสม พิชัยราชา พูน ยมราช นั้น แขกจามแทงเสียนอกประตูวัดฝาง สังข์ ราชาบริบาล สึกออกเอาไปล้างเสีย ณตะแลงแกงนั้น

(๓๒) รัชกาลสมเด็จพระบรมโกศ

ครั้นถึงเดือน ๕ ปีฉลู[1] เสด็จขึ้นปราบดาภิเษกณพระที่นั่งพิมาน รัตยา พระราชวังบวรสถานมงคล แล้วให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ทั้งปวง กราบถวายบังคมถือน้ำพระพิพัฒสัจจาตามพระราชประเพณีแล้ว จึงมีพระราชโองการมานพระบันทูลสุรสิงหนาท สั่งให้ขุนชำนาญเป็นเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ว่าที่โกษาธิบดี ให้หลวงจ่าแสนยากรนั้นพระยาสุรศรีว่าที่จักรี พระยาราชสงครามซึ่งว่าที่จักรีนั้น ให้เป็นพระยาราชนายก ว่าที่กลาโหม ข้าหลวงเดิมทั้งปวงซึ่งมีความชอบนั้น ทรงพระกรุณาตั้งแต่งตามสมควรสิ้น แลพระพันวษาใหญ่เป็นกรมหลวงอภัยนุชิต พระพันวษาน้อยให้เป็นกรมหลวงพิพิมนตรี แลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเดจ้าฟ้าธิเบศร์ ให้เป็นกรมหลวงพิทักษ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าเอกทัศ ให้เป็นกรมขุนอนุรักษ์มนตรี และ พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าแขก ให้เป็นกรมหมื่นเทพิพิธ พระองค์ เจ้ารถให้เป็นกรมหมื่นสุนทรเทพ

  1. บางทีจะเป็นฉลูเบญจศก จุลศักราช ๑๐๙๕ พ.ศ. ๒๒๗๖