หนัก แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับเป็นพยุหยาตรามาเถิงกรุงเทพ มหานครศรีอยุธยา แล้วทรงดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอยังไม่เคยทอดพระเนตรเห็นลอบช้างเลย จึงมีพระราชโองการมานพระบันทูล สุรสิงหนาท สั่งให้เจ้ากรมหมื่นอินทรภักดีกับพระยากลาโหม ขึ้นไป เป็นแม่กองล้อมช้างณป่าแขวงเมืองลพบุรี
ครั้นเดือน ๙ ข้างขึ้นปีขาลฉอศก[1] เจ้าหมื่นอินทรภักดีพระยากลาโหม กราบถวายบังคมลาแล้วขึ้นไปตั้งล้อม อบ ไปรางวัด ทางได้ ๑๑๐๐๐ เส้น ครั้นณเดือน ๑๐ ข้างขึ้น จึงเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปณเมืองลพบุรีแล้ว จึงมีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งให้ออกไปเร่งนายด่านนายกอง ให้เร่งรัดคนเข้า แลให้ตั้งค่าย ให้มั่น รับณทะเลชุบศรฟากข้างตะวันออก ที่ล้อมเข้าคั้งสมเด็จ พระนารายณ์เป็นเจ้า และณเดือน ๑๐ ข้างแรม ครั้นเพลารุ่งเช้า เสด็จพระราชดำเนินไปขึ้นตำหนักห้างทอดพระเนตรช้าง ยิงปืน ตีม้าฬ่อเข้ามา ฝูงวัวแดงและกระทิง กระบือเถื่อน สุกร ละมั่ง กวางทราย วิ่งเป็นพวกเป็นฝูงออกณกลางแปลงหน้าพระที่นั่ง แล้วฝูงเถื่อนออกมา ช้างเชือกจึงวงล้อมเข้าคล้อง แต่เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรให้จับ ๒ เพลา จับได้ ๑๘๐ ช้าง ยังไม่ได้จับประมาณ ๓๐๐ เศษ ทรงพระกรุณาสั่งให้เปิดค่ายปล่อยไปแล้วทรงพระกรุณาสั่งให้พระราชทานเสื้อผ้านายด่านนายกอง คนละสำรับ ทั้ง ๑๐๐ เศษ
- ↑ จ.ศ. ๑๐๙๖ พ.ศ. ๒๒๗๗ เป็นปีขาลฉศก