ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/454

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
409
 

หัสดินทร์ วรินทรเลิศฟ้า ครั้นถ้วนคำรบ ๓ วันแล้ว ให้นำเรือขนาน มีเรือคู่ชักแห่แหน แตรสังข์ฆ้องกลองธงเทียวเข้ามา ครั้นเถิงให้ นำขึ้นไว้ณโรงช้างพระที่นั่งพระวิหารสมเด็จ แล้วพระราชทานเสื้อผ้า ให้พระยาเขมรซึ่งเข้ามาส่งช้าง ๓ คนนั้นแล้ว พระราชทานพรรณ ผ้าแพรให้พระยาพระเขมรคุมเอาไปพระราชทานนักพระแก้วฟ้าด้วย

ทำพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท ๑๐ เดือน จึงแล้วเก่านั้น แต่หุ้มดีบุกหาปิดทองไม่ รื้อทำใหม่ ทรงพระกรุณาสั่งให้ปิดทองยอดและ ช่อฟ้าบานลมเชิงกลอนดอกจอกด้วย แลพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ชำรุดรั่วหนัก จึงทรงพระกรุณาสั่งให้รื้อลงปรุงใหม่ ทำได้ ๖ เดือน แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สั่งให้ปรุง เครื่องบนพระที่นั่งสุริยามินทร์ขึ้นใหม่ ทำ ๘ เดือนจึงแล้ว ทรง พระกรุณาสั่งให้ปิดทองด้วย

ครั้นณปีเถาะสัปตศก (จ.ศ. ๑๐๙๗ พ.ศ. ๒๒๗๘) เจ้า กรมหลวงโยธาเทพ[1] ทรงพระประชวรหนักจนนิพพาน จึงทรง พระกรุณาสั่งให้ทำพระเมรุขนาดน้อย ขื่อ ๕ วา ๒ ศอก

ครั้นเดือน ๕ ปีมะโรงอัฐศก (จ.ศ. ๑๐๙๘ พ.ศ. ๒๒๗๙) การพระเมรุจึงสำเร็จ เชิญพระศพขึ้นบนพระมหาพิชัยราชรถ แห่

  1. มีข้อความพิสดารอยู่ในจดหมายเหตุเรื่องสมเด็จพระบรมศพ ซึ่งเริ่มต้นว่า วันจันทร์ เดือน ๖ ขึ้น ๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๐๙๗ ปีเถาะ สัปตศก เพลาย่ำฆ้องแล้ว ๓ บาท สมเด็จพระรูปเจ้าเสด็จนิพพาน ณวัดพุทไธศวรรย์ ฯลฯ