ธิราช ซึ่งทรงพระนามมองนั้น เสด็จขึ้นเถลิงถวัลราชราไชศวรรยา ณกรุงรัตนบุระอังวะ สืบสันตติสุริวงศ์ ดำรงราชประเพณีสืบไป
ฝ่ายหุยตองจารู้ว่า กรุงอังวะผลัดแผ่นดินใหม่ ก็คบคิดกับ ชาวเมืองทะวาย ไล่ฆ่าฟันพะม่าซึ่งอยู่รักษาเมืองเสียสิ้น หุยตองจา ก็ได้เป็นใหญ่ จึงแต่งเครื่องมงคลราชบรรณาการ มีดอกไม้ทอง ดอกไม้เงินเป็นต้น ส่งเข้ามาณกรุง
ครั้นณเดือน ๘ ปีมะเมียจัตวาศก (จ.ศ. ๑๑๒๔ พ.ศ. ๒๓๐๕) น้ำเหนือหลากมาแดงเหมือนน้ำดินแดง อยู่ ๓ วันหายไปเป็นปกติ
ฝ่ายกรมหมื่นเทพพิพิธซึ่งให้ส่งออกไปเสียณเกาะลังกาทวีปนั้นไปเที่ยวอยู่ณเมืองแขกเมืองพราหมณ์ รู้กิตติศัพท์เล่าลือไปว่า กรุงศรีอยุธยาเสียแก่มางลองแล้ว จึงโดยสารกำปั่นลูกค้าเมืองเทศ เข้ามาณเมืองมฤท พระเจ้าอยู่หัวให้รับไว้ณเมืองตะนาวศรี แล้วแต่งข้าหลวงออกไปกำกับ
ครั้นถึงปีวอกศก (จ.ศ. ๑๑๒๖ พ.ศ. ๒๓๐๗) เดือน ๘ น้ำเหนือหลากมาอีก แดงเหมืนน้ำดินแดง จางอยู่ ๒ วันหายเป็น ปกติไป
ครั้นเดือนอ้ายเสด็จขึ้นนมัสการพระฉาย แรมอยู่ ๓ เวน แล้วเสด็จกลับลงมาสมโภชพระพุทธบาท ๗ วัน จึงดำเนินกลับยังกรุงเทพมหานคร
อนึ่งดำรัสให้พระวิสูตรโยธามาตย์ ฟั่นเชือกน้ำมันทำรอก ไว้ให้มาก ถ้ามีการศึกมาจะเอาไม้ตั้งขาหย่างบนป้อมและเชิงเทิน