ขณะนั้นเมืองลำพูนซึ่งให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ณบางลาง และลาวม่วงหวานนั้นพาอพยพหนีไปทางตะวันออกสิ้น
จุลศักราช ๑๑๒๘ ปีจออัฐศก (พ.ศ. ๒๓๐๙) เดือน ๑๐ พะม่ายกทัพเรือล่วงมาตีค่ายบำรุแตก แล้วยกมาตีเมืองธนบุรีได้ ตั้งพวกพลอยู่วัดสลัก ๓ วัน จึงเลิกทัพถอยไปอยู่คอกระออม
ขณะนั้นกำปั่นอังกฤษลูกค้า บรรทุกผ้าสุรัตเข้ามาจำหน่าย ณกรุง พระยาโกษาธิบดีให้ล่ามถามนายกำปั่นว่า ถ้าพะม่าเข้ารบ เอาเมืองธนบุรี นายกำปั่นจะช่วยหรือจะไปเสีย นายกำปั่นว่าจะอยู่ช่วยแต่ขอให้ถ่ายมัดผ้าขึ้นให้กำปั่นเบาก่อน ครั้นถ่ายมัดผ้าขึ้นแล้ว กำปั่นก็ถอยมาทอดอยู่ณบางกอกใหญ่
ครั้นเดือนยี่พะม่าค่ายคอกระออม ยกเข้ามาตีเอาเมืองธนบรีอีกเอาปืนใหญ่ขึ้นบนป้อมวิไชเยนทร์ ยิงโต้ตอบอยู่กับกำปั่นจนเพลาค่ำกำปั่นจึงถอนสมอขึ้นไปอยู่เหนือเมืองนนทบุรี ฝ่ายทัพพระยายมราช ซึ่งตั้งอยู่เมืองนนทบุรีเลิกหนีขึ้นไปเสีย พะม่าตั้งอยู่เมืองนนทบุรี แล้วแบ่งกันขึ้นมาตั้งค่ายที่วัดเขามาตำบลตลาดแก้วทั้งสองฟาก ครั้นเพลากลางคืน นายกำปั่นจึงขอเรือกราบมาชักสลุบ ล่องลงไปไม่ให้ มีปากเสียง ครั้นตรงค่ายพะม่าณวัดเขมาแล้ว ก็จุดปืนรายแคม พร้อมกันทั้งสองข้าง ฝ่ายพะม่าต้องปืนล้มตายเป็นอันมาก เจ็บลำบากแตกหนีออกจากค่าย ครั้นน้ำขึ้นเพลเช้า สลุบถอยมาหากำปั่นซึ่ง ทอดอยู่ณตลาดขวัญ ฝ่ายพะม่ายกมาเข้าค่ายเมืองธนบุรี ครั้นเพลาค่ำฝรั่งชักใบสลุบล่องลงไป จุดปืนรายแคมยิงค่ายเมืองธนบุรี ฝ่ายพะม่า