หนีออกไปแอบอยู่นอกค่าย อังกฤษแลไทยลงกำปั่นเข้าไปเก็บของ อยู่ในค่าย พะม่าจึงกลับเข้ามาไล่คนในค่ายแตก ตัดเอาศีรษะ ล้าต้าอังกฤษได้ เสียบไว้ที่หน้าค่าย นายกำปั่นจึงขอปืนกระสุน ๑๐ นิ้ว ๑๐ บอก กับเรือรบ ๑๐ ลำ จะลงไปตีค่ายพะม่า แล้วจะขอเรือรบ ๑๐ ลำ ครั้นเพลาบ่ายนายกำปั่นล่องลงไปถึงเมืองธนบุรีแล้วจึง ทอดสมอ อยู่ ขณะไทยซึ่งเอาเรือน้อยลงมาเก็บผลไม้หมากพลู ณสวน อังกฤษจับเอาขึ้นไปบนกำปั่นมากกว่า ๑๐๐ ก็ใช้ใบหนีไป ครั้นเพลาค่ำไทยหนีมาได้ ๒ คนจึงรู้เนื้อความ ฝ่ายพะม่าก็ยกเข้ามาตั้งค่ายตำบลบางไทรแลสีกุก
ขณะนั้นพระอาจารย์วัดเขานางบวชมาอยู่ณวัดบ้านระจัน ชาวบ้านแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสุพรรณบุรี เมืองสิงหบุรี เมืองสรรคบุรี อพยพยหนีเข้ามาพึ่งพระอาจารย์นั้นเป็นอันมากฝ่ายพะม่าไปเกลี้ยกล่อมชาวค่ายบ้านระจันแต่งกันลงมา ฆ่าพะม่าตายเสียกลางทางเป็นอันมากพะม่าจึงแบ่งกันทุกค่ายยกขึ้นไปจะรบ ฝ่ายชาวค่ายบ้านระจันยกออกตั้งอยู่นอกค่าย พอพะม่ายกมาก็ขับกันออกไล่ตะลุมบอนฟันแทงพะม่าล้มตายเป็นอันมาก
ครั้นเสนาบดีผู้ใหญ่ผู้น้อยยกออกไปจะตีค่อยมพม่า ที่ออกไปตั้งอยู่วัดป่าฝ้ายปากน้ำประสบ ให้สานสีสุก[1] แบกไป ถ้าจะทำค่ายที่ใดจะเอาสีสุกตั้งเรียงให้ชิดกันแล้ว จะขุดมูลดินไปบังเป็นค่ายละคนจึงให้คนยกไปวันนั้นมากดเต็มทุ่ง เสนาบดีให้หยุดแดนที่ใด ก็หยุด
- ↑ อีกฉบับหนึ่งเป็น สีซู