ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/479

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
434
 

พร้อม ๆ กันรั้งรบไป ครั้นเห็นพะม่า วัดป่าฝ้าย ขี่ม้าข้ามน้ำไปหาค่ายใหญ่ฟากตะวันตกเป็นหลายม้า จึงขับคนเข้าตีพะม่า ๆ ในค่าย จึงยิงปืนออกมาถูกคนล้มลง ๕-๖ คน คนทั้งนั้นก็ถอยมาสิ้น ครั้นเพลาเย็นก็เลิกทัพกลับมา ประมาณ ๒-๓ วัน พะม่ายกไปตีค่าย บ้านระจันทำการกวดขันขึ้นกว่าเก่า ชาวบ้านค่ายระจันให้เข้ามาขอ ปืนใหญ่ ๒ บอก ปรึกษากราบทูลว่า ถ้าค่ายบ้านระจันเสียแก่พะม่า พะม่าจะเอาปืนเข้ามารบกรุง จะให้ไปนั้นมิบังควร ครั้นรุ่งขึ้นพะม่า ยกไปตั้งค่ายณบ้านขุนโลก นายจันท์เขี้ยวคุมพรรคพวกออกมาตี พะม่า ฆ่าพะม่าตายเป็นอันมากประมาณสัก ๕๐๐ ตัวก็ต้องปืนตายในที่รบ ฝ่ายข้างในกรุงยกไปตีค่ายปากน้ำประสบอีก พะม่าให้ยก หาบคอนออกหลังค่ายทำทีจะหนี พวกอาทมาตชวนวิ่งเข้าไปใกล้ ค่ายพะม่า ๆ เอาม้าโอบหลัง ก็ถอยหลังมาโพสามต้น จมื่นศรี เสาวรักษ์ จมื่นเสมอใจราช ขี่ม้าลงข้ามน้ำหนีมาฟากตะวันออก แต่พวกพระยาตากรบรออยู่คอยข้ามมาต่อภายหลัง อนึ่งพระยารัตนาธิเบศร์ออกไปไรทอง หล่อปืนใหญ่ขึ้นณบ้านระจัน ๒ บอก ครั้นพะม่ายกไปตีอีก ค่ายบ้านระจันก็แตก ไพร่พลล้มเป็นอันมาก

ขณะนั้นกรมหมื่นเทพพิพิธเข้าอยู่เมืองปราจินบุรี อพยพราษฎรเข้ามาอยู่ด้วยเป็นหลายหมื่น พะม่าจึงยกทัพเรือออกไปตีเมือง ปราจินแตก กรมหมื่นเทพพิพิธ พระยารัตนาธิเบศร หนีไปอยู่ เมืองนครราชสีมา