ขณะนั้นโปแม่ทัพสีกุกป่วยเป็นไข้ตาย โปสุพลาแม่ทัพ ปากน้ำประสบเป็นใหญ่สิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว ยกมาตั้งค่ายโพสามต้นแล้ว ให้มาตั้งค่ายวัดการ้อง แลก่ออป้อมสูง ฝ่ายข้างในกรุงจึงแต่ง ทัพข้ามไปตีค่ายบ้านป้อมวัดการ้อง พะม่ายิงปืนมาถูกนายเริก ซึ่ง รำดาบอยู่หน้าเรือตกน้ำลงคนหนึ่ง ก็ถอยทัพกลับมาสิ้น วันนั้นพะม่า เข้าตั้งค่ายณวัดภูเขาทอง พระยาศรีสุริยภาศซึ่งเป็นนายป้อม สั่งให้ประจุปืนมหากาฬมฤตยราช ๒ สัด ๒ ลูก ยิงไปนัดหนึ่งปืนก็ร้าวรานครั้นเพลาค่ำไทยหนีมาคนหนึ่ง ให้การว่าปืนพระมหากาฬมฤตยูราช ซึ่งยิงออกไปนั้น ถูกเรือรบพะม่าล่ม ๒ ลำคนตายหลายคน และ บัดนี้พะม่ายกเข้ามาตั้งค่ายที่วัดกระชาย วัดพลับพลาชัย วัดเตา วัดสุวรรณ วัดแดง
ครั้นณเดือน ๑๒[1] ในกรุงจึงแต่งทัพเรือให้พระยาตาก พระยาเพ็ชรบุรี หลวงศรเสนี ออกไปตั้งอยู่วัดใหญ่ คอยสะกัดตี เรือรบพะม่าซึ่งขึ้นลงหากัน อนึ่งพะม่าค่ายบางไทรวัดโปรดสัตว์ยกทัพมากลางทุ่ง พระยาเพ็ชรบุรียกออกตีอยู่ณค่ายวัดสังกวาดก็ตาย ที่รบ พระยาตาก หลวงศรเสนี ถอยมาแอบดูหาช่วยหนุนไม่ แล้วไปตั้งอยู่วัดพิชัย ฝ่ายข้างในกรุงเกณฑ์กันไปตั้งค่ายที่วัดชัย วัฒนาราม จึงออกไปตั้งค่ายคลองสวนพลู
ครั้นเดือนอ้ายโปรสุพลาให้กองทัพเมืองแพร่มาตั้งโพสามต้นฟากตะวันออก กองทัพเมืองแพร่ยกกองทัพหนีไปทางพระพุทธบาท
- ↑ ปีจออัฐศก จ.ศ. ๑๑๒๘ พ.ศ. ๒๓๐๙