เสียเถิด ครั้นอยู่มาประมาณ ๗ วัน โขลงชักปกเถื่อนเข้ามาทาง วัดแม่นางปลื้ม เข้าพะเนียดวัดซอง สมุหนายกกราบทูล ตรัสว่า พรุ่งนี้เราจะไปจับ ครั้นเวลาค่ำขุนพิเรนทรเทพจึงสั่งหมื่นราชเสน่หานอกราชการ ให้ออกไปคอยทำร้ายมหาอุปราชอยู่ที่ท่าเสื่อ สั่งแล้ว พอพระยาพิชัย พระยาสวรรคโลกลงมาถึง ขุนพิเรนทรเทพจึงให้ไปบอกโดยความลับ พระยาพิชัย พระยาสวรรคโลก ดีใจ จึงไปซุ่ม ซ่อนอยู่ที่คลองบางปลาหมอ กับด้วยขุนพิเรนทรเทพ หลวงศรียศ หมื่นราชเสน่หาในราชการ ขี่เรือคนละลำ พลพายมีสาตราครบมือ ฝ่ายหมื่นราชเสน่หานอกราชการ ถือปืนไปแอบคอยอยู่ ทำอาการ ดุจหนึ่งทะนายเลือก ครั้นเห็นมหาอุปราชขึ้นช้างจะไปพะเนียด หมื่นราชเสน่หาก็ยิงถูกมหอุปราชตกช้างลงตาย ครั้นเช้าตรู่ ขุนวรวงศาธิราชกับแม่ศรีสุดาจันทร์ และราชบุตรที่เกิดด้วย กันนั้น ทั้งพระศรีสินก็ลงเรือพระที่นั่งลำเดียวกัน มาตรงคลองสระบัวขุนอินทรเทพก็ตามประจำมา ฝ่ายขุนพิเรนทรเทพ พระยาพิชัย พระยา สวรรคโลก หลวงศรียศ หมื่นราชเสน่หาในราชการ ครั้นเห็นเรือพระ ที่นั่งขึ้นมา ก็พร้อมกันออกสะกัด ขุนวรวงศาธิราชร้องไปว่า เรือใครตรงเข้ามา ขุนพิเรนทรเทพก็ร้องตอบไปว่า กูจะมาเอาชีวิตเองทั้งสองฝ่ายขุนพิเรนทรเทพก็เร่งให้พายรีบกระหนาบเรือพระที่นั่งขึ้นมา แล้วช่วยกันเข้ากลุ้มรุมจับ ขุนวรวงศาธิราชกับแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ และบุตรซึ่งเกิดด้วยกันนั้นฆ่าเสียแล้วให้เอาศพให้เอาศพไปเสียบประจานไว้
หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/72
หน้าตา