ศักราช ๘๙๘ ปีวอกอัฐศก[1] (พ.ศ. ๒๐๗๙) เดือน ๑๒ พระองค์สวรรคโลกเป็นแม่กองถือพล ๓๐๐๐๐ พระมหามนตรีถือ อาชญาสิทธิ์ พระมหาถือวัวเกวียน ฝ่ายทัพเรือ พระยาเยาว์ เป็นนายกองครั้งนั้นลมขัด ทัพเรือมิทันทัพบก ๆ ใกล้ถึงเมืองละแวกพระยารามลักษณ์ซึ่งเกณฑ์เข้าทัพบกนั้น เข้าบุกทัพในกลางคืน ทัพญวนแต่งรับเป็นสามารถ และทัพพระยารามลักษณ์แตกมาปะทะ ทัพใหญ่ ครั้งนั้นเสียพระองค์สวรรคโลกกับคอช้าง เสียช้างม้ารี้พล เป็นอันมาก
ศักราช ๘๙๙ ปีระกานพศก[2] (พ.ศ. ๒๐๘๐) ณวันอาทิตย์ เดือน ๕ ขึ้นค่ำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในพระราชวัง อนึ่งในเดือน ๓ นั้น ทำพระราชพิธีอาจริยาภิเศก และกระทำการพระราชพิธีอินทราภิเศก ในพระราชวัง อนึ่งในเดือน ๕ นั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชา ธิราชเจ้า พระราชทานสัตสดกมหาทาน และให้ช้างเผือกมีกรอง เชิงเงิน ๔ เท้าช้าง เป็นเงิน ๑๖๐๐ ชั่ง ราชรถ ๗ เล่มเทียมด้วยม้า มีนางสำหรับรถเสมอรถละ ๗ นาง อนึ่งในเดือน ๗ เสด็จไปวังช้าง ตำบลโตรกพระ ได้ช้างพลายพัง ๖๐ ช้าง
ศักราช ๙๐๐ ปีจอสัมฤทธิศก[3] (พ.ศ. ๒๐๘๑) เสด็จ ไปวังช้างตำบลแสนตอ ได้ช้างพลายพัง ๔๐ ช้าง