ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/86

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
41
 

คชาธาร พระเจ้าแปรประดับเครื่องอลังการพิชัยยุทธ์ ทรงช้าง ต้นพลายเทวนาคพินาย สูง ๖ ศอกคืบ ๗ นิ้วเป็นพระคชาธารประดับคชาภรณ์เครื่องมั่นมีควาญและกลางช้าง ยกเป็นกองหน้า มีทหารดาบสองมือ ๑๕๐๐ ล้อมพระคชาธาร ช้างท้าวพระยารามัญคับคั่งตั้งโดยกระบวนกันกงเป็นขนัด เหล่าพยุหโยธาทหารเดินเท้า ถือสรรพสาตราดาดาษโดยกระบวน

สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีก็ยกพยุหโยธาทวยหาญออกตั้งยังท้องทุ่งตรงหน้าทัพสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ห่างกันประมาณ ๑๐๐ เส้น เสด็จยืนพระคชาธารคอยฤกษ์ จึงตรัสให้พลม้ารำทวนชักชิงคลอง กันไป ให้พลเท้าเริงหน้าทัพ ฝ่ายพลเครื่องเล่นเต้นรำร้องเฮฮา เป็นกุลาหล ฝ่ายพลดาบดั้งดาบ ๒ มือก็รำล่อเลี้ยวกันไปมา ขณะ นั้นสมเด็จพระเจ้าหงสาวดีทอดพระเนตร์ดูบนอากาศ เห็นพระอาทิตย์แจ่มดวงหมดเมฆหมอกแล้ว คิชฌราชบินนำหน้าทัพ ครั้นเห็น ศุภนิมิตรราชฤกษ์ดังนั้น ก็ให้ลั่นฆ้องชัยโฆษณ์แตรสังข์อึงอินทเภรี ขึ้นพร้อมกัน ก็ตรัสให้ขับพลเข้าโจมทัพสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ฝ่ายสมเด็จพระมหาจักรพรรดิดำรัสให้แยกพลเป็นปีกกา พลโยธาหารทั้งสองฝ่าย บ้างเห่โห่โกลาหลเข้าปะทะประจันตีฟันแทงแย้งยุทธ์ ยิงปืนระดมสาตราธุมาการตลบไปทั้งอากาศ พลทั้งสองฝ่ายบ้างตายบ้างลำบาก กลิ้งกลาดเกลื่อนท้องทุ่งเป็นอันมาก สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้า ก็ขับพระคชาธารเข้าชนช้างกองหน้าพระเจ้าหงสาวดี พระคชาธารเสียทีให้หลังข้าศึกเอาไว้ไม่อยู่ พระเจ้าแปร