ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/95

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
50
 

ก็สะกดตามไปแต่ห่างทางประมาณกึ่งวัน ฝ่ายทัพม้ากองหน้าไปถึงอินทบุรี เห็นค่ายใหญ่ ๒ ค่าย ก็กลับมาแจ้งแก่นายทัพนายกอง พระยาพะสิม พระยาละเคิ่ง พระยาเสรี่ยง พระยาตองอู พระยาจิตตอง ดีใจ ต่างคนแต่งตัวขี่ช้างพลายกั้นสับประทนต้อนพลเข้าตีค่าย ฝ่าย พระเจ้าแปรทรงช้างพลายมณีฉัตรกั้นพระกลดไปยืนให้ทหารเข้าหักค่ายเหล่าทหารหงสาก็เห่ โห่ลั่นปืนแกว่งหอกดาบดาแข็ง กรูเข้าถอน ขวากหนามปีนป่ายหักค่ายเป็นโกลาหล ทหารในค่ายก็วางปืนใหญ่น้อยออกมาต้องพลมอญพะม่าล้มตายเป็นอันมาก ก็ยิ่งหนุนเนื่อง หนักเข้ามาเย่อค่าย แหกค่าย จนถึงได้แทงฟันกันเป็นอันมาก พลพะม่ามอญก็เข้าค่ายได้ ไล่ตะลุมบอนฆ่าฟันตายเป็นอันมาก ซึ่งเหลือนั้นก็หนีกระจัดกระจายขึ้นมากราบทูลสมเด็จพระมหาธรรมราชาโดยซึ่งเสียแก่ข้าศึกนั้นทุกประการ พอผู้ลงไปสอดแนมฟังราชการ ณกรุงเทพมหานครกลับมาทูลว่า ทัพพระเจ้าหงสาวดีเลิกขึ้นมาทางเหนือสิ้นแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชาแจ้งว่า กำลังศึกกล้า มากเหลือกำลังดังนั้นเห็นจะรับมิอยู่ คิดจะเลิกหลีกเสียให้พ้นหน้าทัพซุ่มอยู่ณป่าพะเนินฟากตะวันออก แล้วจะคอยตามสะกัดตี จึงตรัสกำหนดให้นายทัพนายกองเลิกออกจากค่าย ให้เป็นหมวดเป็นกองกันนายทัพนายกองก็ทำโดยพระราชบัญชาทุกประการ พวกกองทัพพระเจ้าแปรยกมาถึง เห็นค่ายเปล่า ก็ตั้งอยู่ณเมืองชัยนาท แล้ว ก็บอกลงมายังกองทัพหลวง ขณะเมื่อวันกองหน้าตีค่ายพระยา สวรรคโลก พระยาสุโขทัย ณเมืองอินทบุรีนั้น พระมหาอุปราชา