เล็กท้ายช้าง ๒ คนไปถวายพระมหาอุปราชา ๆ ก็พาไปถวายสมเด็จ พรราชบิดา พร้อมกันกับคนพระเจ้าแปร ซึ่งให้ลงมาทูลว่า ค่าย เมืองชัยนาทบุรีก็เลิกหนีไปแล้ว สมเด็จพระจ้าหงสาวดี ดีพระทัย ก็เสด็จไปตั้งประทับแรมอยู่ณเมืองชัยนาท จึงให้เอาพระราเมศวร พระมหินทราธิราชเข้ามาแล้วตรัสว่า เจาทั้งสองสิเป็นข้าศึกกับเรา บัดนี้เราจับได้ จะคิดประการใดเล่า พระราเมศวร พระมหินทราธิราชกราบบังคมทูลว่า ข้าพระองค์นี้ก็จนอยู่แล้ว จะฆ่าเสียก็จะตาย ถ้าพระองค์โปรดพระราชทานชีวิตไว้ก็จะรอด สมเด็จพระเจ้าหงสาวดีได้ทรงฟังก็แย้มพระโอฐ แล้วตรัสให้พระมหาอุปราชา เอาพระ ราเมศวร พระมหินทราธิราช ไปคุมไว้
ฝ่ายนายทัพนายกอง ซึ่งแตกจากทัพพระราเมศวร พระ มหินทราธิราชก็กลับไปพระนคร เอาเหตุกราบทูล สมเด็จพระ มหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้าได้แจ้งดังนั้น ก็ตกพระทัยโทมนัสถึง สมเด็จโอรสทั้งสองพระองค์นัก แล้วแต่งพระราชสารให้พระมหาราชครูปโรหิต ขุนหลวงพระเกษม ขุนหลวงพระไกรสี ถือมาทาง เรือขึ้นไปถึงเมืองชัยนาท ท้าวพระยารามัญนำเข้าเฝ้า ทูลถวาย พระราชสารแด่พระเจ้าหงสาวดี และในลักษณะนั้นว่า
พระราชสารสมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชาธิราชเจ้า พระนครศรี อยุธยา ขอจำเริญทางพระราชไมตรี มายังสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี ผู้มีอิศวรภาพใหญ่ยิ่งกว่าขัตติยราชกษัตริย์สามนต์ในชมพูทวีปด้วย พระองค์ยกพยุหโยธาทัพมากระทำยุทธนาการกับพระนครศรีอยุธยา