ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/98

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
53
 

เป็นที่สำเริงราชหฤทัยในบรมกษัตราธิราชโดยบุรประเพณี และเลิกกลับไปโดยปกติ มิได้แพ้พ่าย ฝ่ายราชโอรสแห่งข้ามิได้รู้ในเชิง พิชัยยุทธ์ ยกติดตามมาตีกองทัพพระองค์จับไว้ได้ โอรสทั้งสอง ถึงซึ่งอับปราชัยอยู่แล้ว อุปมาดุจสกุณโปดกอันต้องแร้วพนจรใส่กรง ขังไว้ ขอพระองค์อย่าได้มีอาฆาตจองเวรเลย จงปล่อยโอรสแห่ง ข้าพระองค์ให้คืนมาพระนคร ก็จะเป็นพระเกียรติยศแห่งพระองค์สืบไปตราบเท่ากัลปาวสาน

สมเด็จพระเจ้าหงสาวดี ได้แจ้งในลักษณะพระราชสารดังนั้น ก็แย้มพระโอฐ แล้วตรัสแก่ผู้จำทูลพรราชสารว่า สมเด็จพระเจ้าพี่ เราได้มาอ่อนง้อขอพระราชโอรสแล้วเราอนุญาตให้ จึงดำรัสสั่งพระ ราเมศวร พระมหินทราธิราชว่า เจ้าทั้งสองจงไปทูลแก่พระราชบิดาว่าเราขอช้างพลายมงคลทวีป ช้างพลายศรีมงคล ๒ ช้าง ไปชมเล่น ณกรุงหงสาวดี พระราเมศวร พระมหินทราธิราช และผู้จำทูล พระราชสาร ก็กราบถวายบังคมลาสมเด็จพระเจ้าหงสาวดี มายัง พระนครศรีอยุธยา สองพระองค์กราบทูลพระราชบิดาว่า ซึ่งตาม ตีกองทัพกลับให้ข้าศึกจับไปไว้ ให้เสียพระยศพระเกียรติ โทษผิด ถึงสิ้นชีวิตอยู่แล้ว ขอพระราชทานโทษครั้งหนึ่งก่อน สมเด็จ พระราชบิดาก็ประทานโทษให้ พระราเมศวร พระมหินทราธิราช จึงกราบทูลว่า สมเด็จพระเจ้าหงสาวดี สั่งมาขอช้างพลายศรีมงคล ช้างพลายมงคลทวีป ซึ่งชะนะงา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิราชา ธิราช ก็ตรัสปรึกษาด้วยมุขมนตรีทั้งปวงว่า พระเจ้าหงสาวดีขอช้าง