ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๕) - ๒๔๘๐.pdf/107

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๖๖

เข้าค่าย แล้วจึ่งตั้งค่ายลงไว้ได้ ๖ ค่าย แล้วให้ม้าใช้ลงมากราบทูล ฯ ให้มีตราภาคทัณฑ์ขึ้นไป ว่ารับสั่งให้ตั้งค่ายเดินเข้าไปกว่าจะถึงจึง จะไม่เสียรี้พล แลพระยาธิเบศรบดีกระโจมเข้าไป จะตั้งค่ายตั้งลงมิได้ให้เสียรี้พลแลพระเกียรติยศทั้งนี้ ชอบจะเอานายทัพนายกองเป็นโทษถึงสิ้นชีวิตจึงจะควร ครั้งนี้ทรงพระกรุณาให้งดไว้ ให้พระยาธิเบศรบดีเร่งตั้งค่ายเดินเข้าไป แก้เอามอญออกมาให้จงได้ ถ้ามิได้จะเอา นายทัพนายกองทั้งปวงเป็นโทษถึงสิ้นชีวิตให้สิ้นทั้งโคตร แล้วรับสั่ง ให้ขุนภักดีสงครามคุมทนายเลือกกองนอก ๔๐๐ ยกขึ้นไปช่วยในวันนั้นได้ตั้งค่ายเดินเข้าไปได้ ๙ ค่าย ยังอีก ๓ ค่ายจะถึงค่ายรามัญ จึงแต่งทหารออกรบแย้งไว้ เพลาทุ่มเศษพะม่าพะวงรบอยู่ข้างนี้ หลวง บำเรอภักดิ์ พระยารามัญมีชื่อ จึงแหกค่ายหนีออกมาเข้าค่ายพระยา ธิเบศรบดีได้

ในวันนั้นเจ้าพระยานครสวรรค์ยกไปถึงโคกกะต่าย ทรงพระกรุณาให้หามาเฝ้า แล้วพระราชทานพระราชอาชญาสิทธิแก่เจ้าพระยานครสวรรค์ กับพระแสงดาบข้างหนึ่ง ให้เจ้าพระยานครสวรรค์[1]ถือพระราชอาชญาสิทธิ ถ้าผู้ใดย่อหย่อน ให้ลงพระราชอาชญาตาม

  1. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่า ทรงพระกรุณาให้เจ้าพระยา จักรี (ด้วง) ถือพระราชอาชญาสิทธิ์ แต่ตามหลักฐานปรากฏว่า ในเวลานั้นสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ยังเสด็จดำรงพระยศเพียงชั้นพระยาเท่านั้น ดูหมายรับสั่ง เรื่องการพระราชกุศลสักการะสมเด็จพระบรมศพ กรมพระเทพามาตย์ พ.ศ. ๒๓๑๘ และ กฎทรงตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๓๑๙ ในประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๒