ว่าจะละเมืองบางกอกเสียมิได้ แต่ปากชีพราหมณ์ว่าแล้วจำจะทำตามจะไปอยู่สัก ๗ วัน ก่อนเพื่อจะให้เป็นเหตุ
ณวัน ๒ ๑๑ฯ ๖ ค่ำ ให้พระยาพลเทพ, หลวงเนาวโชติ, จมื่นเสมอใจ ยกพลขึ้นไปเมืองเพ็ชรบูรณ์ ถ้าพะม่ายกไปติด พอจะต้าน ได้ให้ต้านไว้ ถ้าเหลือกำลัง ให้ผ่อนครอบครัวสะเบียงอาหารลงไป กรุง ฯ ให้เจ้าพระยานครสวรรค์, พระยาสวรรคโลก ยกไปตามพะม่าทางเมืองกำแพงเพ็ชร์ ให้พระยายมราชซึ่งตั้งอยู่ท้ายค่าย ยกลงมา อยู่รักษาค่ายหลวงปากคลองบางข้าวตอก แต่ทัพหลวงเสด็จแรมรับกองทัพเมืองพิษณุโลกอยู่ ๑๑ เวน
ณวัน ๔ ๑๔ฯ ๖ ค่ำ เสด็จถึงพระตำหนักค่ายเมืองนครสวรรค์ ให้ประหารหลวงชาติสุรินทร์ ซึ่งหนีตาทัพลงมาแต่กองพระยาธรรมไตรโลกนั้นเสีย แล้วจัดกองทัพไทยยกไปทางบกทางเรือ แจกกฏหมายสำหรับทัพทุกกอง ถ้าไพร่ตามนายมิทันให้ฆ่าเสีย ฝ่ายข้าทูลละออง ฯ ตามเสด็จมิทันจะลงพระราชอาชญาถึงสิ้นชีวิต
วัน ๗ ๑ฯ ๗ ค่ำ เสด็จโดยทางชลมารค ประทับแรมณพระตำหนักค่ายมั่นบางแขม หลวงวังไปสืบราชการมากราบทูลว่า เห็นพะม่าตั้ง อยู่ในเมืองกำแพงเพ็ชร์ประมาณ ๒๐๐๐ เศษ
ครั้นณวัน ๔ ๕ฯ ๗ ค่ำ หมื่นชำนิคชสารมากราบทูลว่า พะม่ายกไปจากเมืองพิษณุโลก เผาวัดเสียสิ้นยังเหลือแต่พระชินราช จึงตรัสให้พระยายมราชยกขึ้นทางตะวันตก ให้พระยาราชสุภาวดีไปทางตะวันออก