นครสวรรค์นั้นก็เลิกไป อยู่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ คอยพะม่าซึ่งไปหาข้าวณเมืองเพ็ชรบูรณ์นายมนั้น
ณวัน ๗ ๑๒ ฯ ๙ ค่ำ ปีวอกอัฐศก ยกทัพหลวงจากเมืองธนบุรี ๑๑ กอง เสด็จโดยทางชลมารค ขึ้นไปปราบพะม่าณเมืองฝ่ายเหนือ แจ้งใบบอกว่าทัพหน้าตีพะม่าเมืองนครสวรรค์แตกไปทางเมืองกำแพงเพ็ชร์
ณวัน ๕ ๒ฯ ๙ ค่ำ ให้กรมขุนรามภูเบศ, เจ้าพระยาอินทอภัย อยู่รักษาค่ายเมือนครสวรรค์ แล้วยกทัพหลวงไปทางชลมารค ถึงเมืองกำแพงเพ็ชร พะม่าซึ่งแตกไปอยู่ในป่าดงนั้น กองทัพทั้งปวงจับมาถวาย ๓๓๐ เศษ จึงให้พระยายมราช พระยารามัญ ยกติดตามไปทางระแหงจนปลายด่าน
ณวัน ๕ ๙ฯ ๙ ค่ำ ถอยทัพหลวงมาถึงบ้านระแหง ทอดพระเนตร์เห็นต้นข้าวซึ่งพะม่าทำนาไว้นั้น สั่งให้ถอนเสีย
ณวัน ๒ ๑๓ฯ ๙ ค่ำ เสด็จถึงเมืองธนบุรี แล้วทรงพระวิตกถึงสมณะ ซึ่งขับต้อนลงมาแต่เมืองฝ่ายเหนือ จึงประเดียงพระสังฆราชไว้ว่า พระสงฆ์อนุจรอารามใดขัดสนอาหาร ให้เบิกเอาข้าวฉางหลวงไปถวายแล้วทรงพระราชศรัทธาถวายสมณบริกขารแก่อาคันตุกะเป็นอันมาก และให้เลิกคนรักษาหน้าที่เชิงเทินเสีย ไปทำไร่นาตามภูมิลำเนา
ณวัน ๖ ๓ฯ ๑๐ ค่ำ พระยาราชภักดี[1] ซึ่งไปตามพะม่าทางเพ็ชรบูรณ์นายมนั้น ยิงพะม่าตายเป็นอันมาก จับเป็นได้ ๙ คน
- ↑ พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่าพระยาราชภักดีถูกประหารชีวิตเพราะเป็นคนเกียจคร้านและย่อท้อต่อราชการ แต่ในที่นี้ว่าเข้มแข็ง