ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๕) - ๒๔๘๐.pdf/120

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๗๙

นครสวรรค์นั้นก็เลิกไป อยู่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ คอยพะม่าซึ่งไปหาข้าวณเมืองเพ็ชรบูรณ์นายมนั้น

ณวัน ๑๒ ฯ  ค่ำ ปีวอกอัฐศก ยกทัพหลวงจากเมืองธนบุรี ๑๑ กอง เสด็จโดยทางชลมารค ขึ้นไปปราบพะม่าณเมืองฝ่ายเหนือ แจ้งใบบอกว่าทัพหน้าตีพะม่าเมืองนครสวรรค์แตกไปทางเมืองกำแพงเพ็ชร์

ณวัน ค่ำ ให้กรมขุนรามภูเบศ, เจ้าพระยาอินทอภัย อยู่รักษาค่ายเมือนครสวรรค์ แล้วยกทัพหลวงไปทางชลมารค ถึงเมืองกำแพงเพ็ชร พะม่าซึ่งแตกไปอยู่ในป่าดงนั้น กองทัพทั้งปวงจับมาถวาย ๓๓๐ เศษ จึงให้พระยายมราช พระยารามัญ ยกติดตามไปทางระแหงจนปลายด่าน

ณวัน ค่ำ ถอยทัพหลวงมาถึงบ้านระแหง ทอดพระเนตร์เห็นต้นข้าวซึ่งพะม่าทำนาไว้นั้น สั่งให้ถอนเสีย

ณวัน ๑๓ ค่ำ เสด็จถึงเมืองธนบุรี แล้วทรงพระวิตกถึงสมณะ ซึ่งขับต้อนลงมาแต่เมืองฝ่ายเหนือ จึงประเดียงพระสังฆราชไว้ว่า พระสงฆ์อนุจรอารามใดขัดสนอาหาร ให้เบิกเอาข้าวฉางหลวงไปถวายแล้วทรงพระราชศรัทธาถวายสมณบริกขารแก่อาคันตุกะเป็นอันมาก และให้เลิกคนรักษาหน้าที่เชิงเทินเสีย ไปทำไร่นาตามภูมิลำเนา

ณวัน ๑๐ ค่ำ พระยาราชภักดี[1] ซึ่งไปตามพะม่าทางเพ็ชรบูรณ์นายมนั้น ยิงพะม่าตายเป็นอันมาก จับเป็นได้ ๙ คน

  1. พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่าพระยาราชภักดีถูกประหารชีวิตเพราะเป็นคนเกียจคร้านและย่อท้อต่อราชการ แต่ในที่นี้ว่าเข้มแข็ง