แล้วตรัสประภาษถึงพระกรรมฐานว่า พระนาภีพระองค์นั้นแข็ง ไป กระแหม็บมิเข้าผิดกับสามัญโลกทั้งปวง อัศจรรย์นี้ต้องด้วยพระบาลีในพระกรรมฐาน
แล้วตรัสถาม[1]พระราชาคณะด้วยพระรูปพระลักษณะ ทรงพระฉายดูเห็นพระปริมณฑลฉะนี้ จะต้องด้วยพระบาลีว่าอย่างไร พระราชาคณะถวายพระพรว่า พระบาลีพระลักษณะสมเด็จพระพุทธเจ้า พระรูปนั้นเปรียบประดุจต้นไทร ปริมณฑลมิได้สูงต่ำมิได้ยาวสั้น มีพระลักษณะหนา ๗ ประการ คือ พระกรขวาหนึ่งซ้ายหนึ่ง พระบาทขวาหนึ่งซ้ายหนึ่ง พระอังษาขวาหนึ่งซ้ายหนึ่ง พระอุระหนึ่ง เป็น ๗ ประการด้วยกัน จึงทรงพระกรุณาให้หล่อพระพุทธรูปจงต้องด้วย พระพุทธลักษณะให้พระสังฆราชเอาพระบาลีออกมากางให้ช่างทำ
อนึ่งพระสังฆราช[2] แปลพระบาลีพระพุทธลักษณะถวายพระลักษณะใหญ่ ๓๒ ประการ พระลักษณะอย่างน้อย ๘๐ ประการ จึงทรงดูในพระองค์ต้องด้วยพุทธลักษณะ คือสูญเท่าวาของพระองค์สิ่งหนึ่ง มีเส้นพระอุณาโลมหว่างพระโขนงขาวอยู่เส้นหนึ่ง พระนาภีเวียนขวา เป็นทักษิณาวัตร ๑ และพระปฤษฎางใหญ่ ๑ ฝ่าพระหัตถ์, ฝ่าพระบาท, พระพาหา, พระอุระ หนาทั้งเจ็ดประการ ก็ต้องด้วยพระพุทธลักษณะ