ทั้งเจ็ดสิ่ง และพระปรางหนาอิ่มเป็นปริมณฑล ๑ เมื่ออ่านพระบาลีและชัณสูตรพระองค์ไปทุกประการ ก็ต้องด้วยพระพุทธลักษณะ ๑๒ สิ่ง ที่ไม่ต้องก็ทรงบอกว่าไม่ต้อง
อนึ่งพระมหาอำมาตย์ทูลเบิกพระยาวิเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่เข้ามาเฝ้า ตรัสว่าพะม่ามันจะยกเลิกไป เมืองมันมีศึกอยู่แล้ว พระยาวิเชียรปราการจะพาครอบครัวกลับไปเมืองก็กลับไปเถิด แล้วทรง พระกรุณาให้หลวงวิจิตรนฤมลปั้นพระพุทธรูป ให้ต้องด้วยพระพุทธลักษณะพระเจ้าสมาธิองค์ ๑ พระเจ้ายืนองค์ ๑
แล้วตรัสถาม[1]พระสังฆราชว่า เงินคงอยู่ในพระสุธาบัดนี้ สั่งสอน โลกทั้งปวงให้กระทำทานด้วยทองด้วยเงิน แล้วจะไปได้สมบัติฟากฟ้านั้นจะได้ด้วยกุศลตัวใด ครั้นพระสังฆราชถวายวิสัชนาแล้ว จึงตรัสนิมนต์พระเทพกวีออกไปเมืองกัมพูชา พระพรหมมุนีไปนครศรีธรรมราช ขนคัมภีร์พระวิสุทธิมรรคเอาเข้ามาฐาปนาการไว้แล้ว
สั่งปลัดวังให้หาเจ้าตลาดบกตลาดเรือเข้ามา ทรงพระกรุณาจะทายว่า คนนั้นกับผู้นั้นจะ........(ต้นฉบับชำรุด).........แล้ว จะให้รู้จักว่าหญิงนั้นรักราคหรือรักธรรม....(ต้นฉบับชำรุด).....
กรมขุนอนุรักษ์สงคราม พระยาทุกขราษฎร์ กรมการ พระกุย พระปรานบุรี บอกส่งคนบ่าวข้าทูลละอองธูลีพระบาท ซึ่งลามูลนายออกไปทำกิน และที่ออกไปทั้งครอบครัวก็มีบ้าง
ลุศักราช ๑๑๓๐ ปีจอสัมฤทธิศก ครั้นปีกุรเอกศก (พ.ศ. ๒๓๒๒)
- ↑ พระราชปุจฉาเพื่อบำรุงการศึกษาพระธรรมวินัยให้รุ่งเรือง เป็นพระราชประเพณีสืบมาเกือบทุกรัชกาลในกรุงรัตนโกสินทร์นี้