หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๙๐
ใหญ่น้อย ข้างหน้าข้างใน อาณาประชาราษฎรทั้งหลาย ว่าขายข้าว[1] ขายเกลือ[2] ขายนอ, งา, เนื้อไม้ สิ่งของต้องห้ามทั้งปวง ไม่ขายว่าขาย ไม่ลักว่าลัก แต่พวกโจทก์ ถึง ๓๓๓ คน[3] มีพันศรีพันลาเป็นต้น เอาฟ้องมายื่นแก่โยธาบดี ๆ บังคมทูลพระเจ้าแผ่นดิน ๆ พิพากษากลับเท็จเป็นจริง บังคับว่าถ้าโจทก์สาบานได้ ให้ปรับไหมลงเอาเงินแก่จำเลยตามโจทก์หามากแลน้อย ถ้าจำเลยมิรับ ให้เฆี่ยนขับตบต่อย[4]บ้างตายบ้างลำบากเป็นอันมาก แล้วล่อลวงให้ลุกะโทษตามมีแลยากฝ่ายข้าราชการแลราษฎรกลัวภัยคิดรับลุกะโทษเปล่า ๆ ว่าขายสิ่งของ
- ↑ ดูประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๑ หน้า ๑๓๖ ว่าด้วยเรื่องข้าวแพง, กฎหมาย ฉบับตราสามดวง ว่าด้วยพระราชกำหนดใหม่ บทที่ ๒๔ และบทที่ ๔๓, หนังสือ ประวัติศาสตร์สมัยปฏิวัตรฝรั่งเศส และสมัยนะโปเลียนโบนาปารต ภาคที่ ๑ หน้า ๒๖๖
- ↑ เกลือเพิ่งมีภาษีเมื่อรัชกาลที่ ๓ ดูลัทธิธรรมเนียม ภาคที่ ๑๖
- ↑ จดหมายเหตุโหรฉบับพระอมราภิรักขิต (เกิด) วัดบรมนิวาส ว่ามีโจทก์ เพียง ๓๓ คน
- ↑ ดูพระราชบัญญัติยกเลิกวิธีพิจารณาโจรผู้ร้ายตามจารีตนครบาล ตราเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๕, กฏหมายตราสามดวง ลักษณะขบถศึก มาตรา ๒๘ (กฏหมายเก่า ฉบับมิศบรัดเล พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ เล่ม ๒ หน้า ๑๑๖) หนังสือพระราชดำรัสในพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแถลงพระบรมราชาธิบายแก้ไขการปกครองแผ่นดิน พิมพ์ พ.ศ. ๒๔๗๐ โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร หน้า ๖๒, กฏมนเทียรบาล ใน กฏหมายเก่า ฉบับมิศบรัดเล พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ เล่ม ๒ หน้า ๑๑๖ ข้อสุด อันว่าด้วยผู้ ละเมิดพระราชอาชญา