ต้องห้ามไปต่างประเทศ เป็นเงินกู่เงินเหรียญคนละ ๑๐๐ ชั่งบ้าง ๒๐๐ ชั่งบ้าง สำคัญว่าสิ้นโทษแล้ว ครั้นมีผู้มาฟ้องกลับพิจารณาหาสิ่งของต้องในลุกะโทษ มากน้อยเท่าใดหักเสียเท่านั้น ที่เหลือและต่างกันให้ปรับไหม ถ้ารับตามฟ้องปรับทวีคูณเอาเงินกึ่งหนึ่ง ถ้าไม่รับจนลงหวายจึงรับให้ปรับจตุรคุณ ที่คนมีก็ให้ได้ ที่หาไม่ก็ขัดสนทนเร่งไป ทุกวันทุกเวลากว่าจะได้ บ้างตายบ้างลำบากได้ความยากไปจนหัวเมืองเอก, โท, ตรี, จัตวา มีหน้าคล้ำไปด้วยน้ำตา ที่หน้าชื่นตาบานแต่ฝ่ายคนพาลซึ่งเป็นโจทก์ อาศัยเหตุอาสัจอาธรรมบังเกิดมีดังนี้ นายบ้าน[1]นายอำเภอไพร่พลเมือง จึงคิดควบคุมกันเป็นหมวดเป็นกองพร้อมกันฆ่าอ้ายวิชิตณรงค์ผู้รักษา ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินให้ไปพิจารณาเงินจีนนั้น จึงเอาพระยาสรรค์ซึ่งรับสั่งใช้ขึ้นไปพิจารณาเอาตัวผู้ร้าย นั้นเป็นแม่ทัพยกลงมาตีเอาเมืองธนบุรี ณเพลา ๑๐ ทุ่มเข้าล้อมกำแพงวังไว้รอบ พระยาสรรค์ตั้งอยู่ณบ้านกรมเมือง พระเจ้าแผ่นดินรู้เหตุ ก็เกณฑ์คนขึ้นรักษาหน้าที่ไว้
ครั้นรุ่งขึ้นณวัน ๑ ๑๒ฯ ๔ ค่ำให้พระราชาคณะ[2]ออกมาเจรจาความเมือง สารภาพว่าผิดขอชีวิตจะบรรพชา ต่อพระยาสรรค์ ในวันนั้นเพลา ๓ ทุ่ม พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงพระผนวชณพัทธเสมาวัดแจ้ง อยู่