ในราชสมบัติ ๑๕ ปี พระยาสรรค์จึงแต่งทหารไปพิทักษ์รักษาไว้ แล้วก็เข้าอยู่ในท้องพระโรงกับหลวงเทพน้องชาย จึงจับกรมขุน อนุรักษ์สงคราม[1]หลานเธอจำไว้ แล้วเอาเงินในท้องพระคลังแจก ทแกล้วทหาร กรมฝ่ายในฝ่ายหน้า
ณวัน ๓ ๖ฯ ๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๔ ปีขาล จัตวาศก (พ.ศ. ๒๓๒๕) เพลาเที่ยง เห็นดวงพระจันทร์ปรากฏกลางวัน
ครั้นถึงณวัน ๖ ๙ฯ ๕ ค่ำ พระยาสุริยอภัยยกกองทัพไทยลาวประมาณ ๑๐๐๐ เศษ ลงมาจากเมืองจีนราชสีมา มาตั้งอยู่ณบ้าน ครั้งนั้น ข้าราชการเป็น ๒ ฝ่าย เป็นพวกพระยาสรรค์บ้าง เป็นพวกพระยาสุริยอภัยบ้าง การยุทธนาการมิได้สงบเลย
ถึงณวัน ๓ ๕ฯ ๕ ค่ำ พระยาสรรค์, พระยามหาเสนา, พระยารามัญวงศ์ คบคิดกันปล่อยกรมขุนอนุรักษ์สงคราม[2]ออกจากเวนจำ ให้ไปณบ้านแต่เพลาพลบค่ำ ตั้งค่ายวางคนรายโอบลงมาวัดบางว้าเพลา ๓ ยามจุดไฟขึ้นณบ้านปูนแล้วยกลงมา ฝ่ายพระยาสุริยอภัยจะได้สะดุ้งตกใจหามิได้ ไล่โยธาทหารให้เข้ารบต้านไว้ วางคนรายกันไป ที่ได้รบหน้าให้วางปืนตับแตกกระจายออก ครั้นเห็นไฟไหม้มาใกล้
- ↑ จดหมายเหตุโหรว่า จ.ศ. ๑๑๔๒ วัน ๖ ๖ฯ ๗ ค่ำ ริบเครื่องยศเจ้าวังนอก" หมายความว่า กรมขุนอนุรักษ์สงคราม ที่เรียกว่าพระเจ้าลูกเธอวังนอกนั้น ต้องโทษมา แต่ปีชวด จ.ศ. ๑๑๔๒ ก่อนเกิดกบฏปีเศษแล้ว มิใช่เพิ่งถูกจับคราวนี้
- ↑ ในจดหมายเหตุปูนบำเหน็จว่า กรมขุนอนุรักษ์สงครามร่วมคิดกับพระยาสรรค์พระยามหาเสนา และข้าราชการ