มาจากกรุงกัมพูชาธิบดีกราบทูลว่า ขุนอินทรพิทักษ์[1] ขุนชะนะ[2] ตั้งอยู่เกาะพนมเพ็ง ๒๐๐ ให้เขมร ๓๐๐๐ ญวน ๘๐๐๐ ล้อมไว้
ครั้นณวัน ๑ ๒ฯ ๖ ค่ำ สมเด็จพระอนุชาธิราชจึงชุมพล ๖๐๐๐ เศษแยกกันออกเป็นหลายกอง ไปล้อมจับขุนอินทรพิทักษ์ได้ที่ตำบล เขาน้อยใกล้ปถวี ทั้งขุนชะนะและพรรคพวกเป็น ๗ คน คุมเอาตัวลงมาณเมืองธนบุรี
ณวัน ๗ ๘ฯ ๖ ค่ำ กราบทูลพระกรุณาแล้วให้ประหารเสีย
ณวัน ๒ ๑๐ฯ ๖ ค่ำ ปีขาลจัตวาศก (จ.ศ. ๑๑๔๔ พ.ศ. ๒๓๒๕) แรกจับการตั้งวังใหม่
ครั้นณวัน ๒ ๑ฯ ๘ ค่ำ ให้ตั้งการพระราชพิธีครบ ๓ วัน แล้วรุ่งขึ้น ณวัน ๕ ๔ฯ ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๔ ปี เพลาเช้า ๔ บาท อำมฤคโชคอุดมฤกษ์ พระสุริยเทพบุตร์ทรงกลดจำรัสดวง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเรือพระที่นั่งศรีสักหลาด พร้อมด้วยเรือจำนำท้าวพระยาสามนตราชทั้งปวงแห่แหนหน้าหลังเป็นขะบวน เสด็จข้ามฟากมาณฉนวนน้ำฟากตะวันออกขึ้นเถลิงพระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน พร้อมด้วยหมู่มุข มาตยามนตรีกวีชาติ ราชสุริยวงศ์ พงศ์พฤฒาโหจารย์ แซ่ซร้อง ถวายชัยมงคลแลราชสมบัติกกุธภัณฑ์สำเร็จแล้ว จึงพระสังฆราชราชาคณะ ฝ่ายคามวาสีอรัญวาสี พร้อมกันถวายพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิ