สิริ ฯ จึงขอสมัครเข้ารับราชการทหารในกองโรงเรียนนายร้อยชั้นประถม ได้รับการบรรจุเข้าตำแหน่งจ่านายสิบประจำกองบังคับการ โรงเรียนนายร้อยชั้นประถมในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ นั้นเอง
พระยาสิริ ฯ บันทึกไว้ถึงกิจวัตรที่ท่านต้องปฏิบัติในระหว่างรับราชการทหาร เป็นการเปลี่ยนชีวิตอีกครั้ง ๑ ว่าดังนี้:-
"ในระหว่างที่รับราชการในตำแหน่งจ่านายสิบกองบังคับการโรง-เรียนประถมนี้ ผู้บังคับบัญชาได้กำหนดตารางงานให้ทำ คือตั้งแต่ ย่ำรุ่งถึง ๘ นาฬิกาเช้า ฝึกหัดทหารตามแบบฝึกหัดทหารราบ ตั้งแต่ ๙ นาฬิกาถึง ๑๗ นาฬิกา ทำงานในกองบังคับการ มีการรับส่งหนังสือพิมพ์หนังสือโต้ตอบ และเก็บหนังสือราชการ เป็นต้น"
ชีวิตที่เปลี่ยนจากพลเรือนมาเป็นทหารนั้น ใคร ๆ ย่อมรับรองร่วม กันว่าเป็นการเปลี่ยนอย่างใหญ่ เพราะต้องเปลี่ยนตั้งแต่ความเป็นอยู่อันทำตามชอบใจตนมาเป็นความเป็นอยู่อันอยู่ภายในกรอบแห่งวินัยภายใต้การนำของผู้บังคับบัญชา แต่พระยาสิริ ฯ มิได้ท้อถอย คงปฏิบัติการได้คล่องแคล่วตามกิจวัตรที่ท่านเองบันทึกไว้ จนสำเร็จผลเป็นความเรียบร้อยหาความผิดมิได้แม้สักน้อย
ล่วง พ.ศ. ๒๔๕๒ ด๎ยุ๊ก โยฮัน อัลเบรต ผู้สำเร็จราชการ แห่งนครบรันสวิค ประเทศเยอรมนี พร้อมด้วยพระชายา ทรงกำหนดการจะเสด็จมาเยี่ยมกรุงสยาม ซึ่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยทหารบก มีหน้าที่จัดการรับเสด็จและมีการประลองยุทธใหญ่ที่ทุ่งพญาไท กับการตรวจพลณท้องสนามหลวง เหตุนั้นจึงมีการระดมพลทหารในกอง