ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๕) - ๒๔๘๐.pdf/29

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

อย่างมาแล้วนี้ เป็นชีวิตที่เป็นมาด้วยความสุขความสมบูรณ์เยี่ยงปกติชน แต่เนื่องจากความซื่อสัตย์สุจริต อันเป็นคุณธรรมสำคัญประจำตัว พระยาสิริ ฯ มาแต่ไหนแต่ไร พระยาสิริ ฯ จึ่งมิได้มีโอกาสว่างพักเต็มที่กล่าวคือ เมื่อพ้นหน้าที่ราชการ ก็มีกระแสรับสั่งจากพระเจ้าวรวงศ์ เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งประทับอยู่ในต่างประเทศ โปรด ให้พระยาสิริจุลเสวกเป็นผู้แทน พระองค์ท่านดูแลจัดการผลประโยชน์ ณสำนักงานจัดการผลประโยชน์ ฯ สืบต่อมาจนถึงปัจฉิมวารของพระยาสิริ ฯ อนึ่งเล่าระหว่างที่พระยาสิริ ฯ ปฏิบัติการงานถวายนั้น ก็เป็นที่ชอบพระอัธยาศัยและไว้วางพระทัย ได้ประทานที่ดินและตึกให้อีก

วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ซึ่งเป็นวาระที่โรคมาเลเรีย อันได้เบียดเบียฬพระยาสิริ ฯ มาช้านาน เนื่องจากความตรากตรำในหน้าที่แต่ตัวท่านเองมิทราบชัดนั้นได้กำเริบร้ายแรงขึ้น แพทย์รักษามีแต่ทรงกับทรุด ในที่สุดก็ถึงแก่กรรม ณบ้านถนนสีลม จังหวัดพระนคร ท่ามกลางบุตร ภรรยา และประยูรญาติทั้งมวล เป็นอันปิดฉากชีวิต อันรุ่งโรจน์วาสนาของ นายพันเอก พระยาสิริจุลเสวก ลงเป็นอวสานในชนมายุกาล ๔๖ ปี ๓ เดือน กับ ๑๔ วัน

นายร้อยโท ขุนพิสดารพิธียุทธ์ (พิสดาร จุลเสวก) เป็นบุตรชาย คนเดียวของพระยาสิริจุลเสวก กับคุณหญิงเชื้อ ซึ่งรับสืบทายาทสกุลจุลเสวกต่อไป โดยพระบารมีแห่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า จุลจักรพงษ์ ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงตลอดทั้งบุตรภรรยาของพระยา สิริ ฯ สืบมาจนกระทั่งทุกวันนี้