ไหม้แต่ท่าทรายตลอดถนนหลวงไปจนวัดฉัททันต์ แสงเพลิงรุ่งโรจ โชตนาการ
ครั้นพระองค์ได้ทอดทัศนาเห็นก็สังเวชสลดพระทัย ด้วยอาลัยถึง สมณพราหมณาจารย์ขัติวงศานุวงศ์ แลเสนาพฤฒามาตย์ราษฏร และพระบวรพุทธศาสนา มิใคร่จะไปได้ ดุจมีใจย่อหย่อนจากอุตสาหะ ซึ่งตั้งปฏิธานปรารถนาว่าจะแก้กรุงเทพมหานคร ซึ่งพระบวรพุทธ ศาสนา เทพดาเจ้าจึงบันดาลให้สมฤดีมีกำลังกรุณาอุตสาหะ
ครั้นรุ่งขึ้นวัน ๑ ๕ฯ ๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๒๘ ปีจออัฐศก ให้ยกกองทัพไปถึงบ้านโพสามหาว[1] พะม่ายกทัพติดตามไป จึงให้ตระเตรียมพลทหารไทยจีนไว้ ครั้นกองทัพพะม่ายกมาถึง จึงดำเนินพลทหารออก รบเป็นสามารถ พะม่าแตกระจัดกระจายพ่ายแพ้ไป เก็บได้เครื่อง สาตราวุธเป็นอันมาก จึงหยุดประทับแรมอยู่บ้านพรานนก ฝ่าย ทแกล้วทหารออกไปลาดเลี้ยวเที่ยวหาอาหาร จึงพบกองทัพพะม่ายกมาแต่บางคาง พะม่าไล่ติดตามมาถึงที่ประทับ จึงเสด็จขึ้นมากับม้าทหาร ๔ ม้าออกมารบกับพะม่าก่อน กองทัพทั้งปวงจึงตั้งปืนปีกกาออก รบแซงล่อข้าง กองทัพพะม่า ๓๐ ม้าแตกย่นไปถึงพลเดินเท้า ๒๐๐๐ ก็กระจายไป ฝ่ายทแกล้วทหารเห็นกำลังบุญฤทธิเป็นอัศจรรย์ดังนี้ ก็ ยกย่องว่าเป็นจอมกษัตริย์สมมุติวงศ์
- ↑ ฉบับหนึ่งว่า บ้านโพสาวหาร อีกฉบับหนึ่งว่า บ้านโพสังหาร