ออกมา พระเจ้าอยู่หัวทรงพระโกรธเงื้อพระแสงจะลงพระราชอาชญานายควาญช้างขอพระราชทานโทษได้ จึงทรงพระแสงกฤชแทงพังคิรีกุญชรขับเข้าทะลายประตูพังลง ทหารหน้าช้างลอดเข้าไปได้ โห่ร้อง ขึ้นพร้อมกันดุจพระราชทานสัญญาณ์ไว้นั้น ฝ่ายทหารซึ่งรักษาประตูหน้าที่เชิงเทินนั้นแตกตื่นหนีออกมาจากเมือง พระยาจันทบูร[1]ก็พาบุตร ภรรยาหนีลงเรือไปสู่ปากน้ำพุทไธมาศ เหล่าพลทหารไทยจีนก็เข้าไป จับครอบครัว หิรัญสุวรรณวัตถาธัญญาหาร ปืนจ่ารงค์มณฑกนกสับคาบศิลา สรรพาวุธทั้งปวงเป็นอันมาก ก็เสด็จยับยั้งอยู่ณเมืองจันทบูรพระราชทานที่ฐานาศักดิ์และบำเหน็จรางวัล แก่ผู้มีความชอบตาม มากแลน้อย
ครั้นณวันจันทร์ จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุรนพศก เสด็จพระราช ดำเนินทัพโดยทางสถลมารค กอบด้วยพลทหารประมาณ ๑๐๐๐ เศษ เดชะพระบรมโพธิสมภารฝนตก ๗ วัน ๗ คืน แล้วตรัสสั่งให้พระพิชัยหลวงราชนรินทร์ เป็นแม่ทัพคุมเรือประมาณ ๕๐ ลำเศษ พร้อมด้วย พยุหโยธาทั้งปวงยกไป ทัพหลวงเสด็จโดยทางสถลมารคถึงบ้างทุ่งใหญ่แล้วเสด็จเรือไปล้อมข้าศึกไว้คืนหนึ่ง
ฝ่ายวาณิชพ่อค้านายสำเภาทั้งปวงก็ยังมิได้อ่อนน้อม ครั้นเพลารุ่งเช้าจึงดำรัสสั่งนายทัพนายกอง ให้ยกเข้าตีสำเภาอยู่ประมาณกึ่งวันข้าศึกลูกค้าชาวสำเภาต้านทานมิได้ก็อับปราชัยพ่ายแพ้ทัพหลวง ได้ทรัพย์สิ่งของและหิรัญสุวรรณวัตถาลังกาภรณ์เป็นอันมาก
- ↑ ต่อมาจับได้ ในเมืองพุทไธมาศเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๔ แต่ไม่ถูกประหารชีวิต