เสนาบดีซึ่งอนาถาได้ความลำบากเวทนานัก ก็พระราชทานทรัพย์เสื้อผ้า ต่าง ๆ แก่พระนายกองแลเสนาบดีผู้ใหญ่ผู้น้อยเป็นอันมาก แล้วจึงให้เชิญเสด็จพระบรมศพพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ แห่แหนมาณโพสามต้น ถวายพระเพลิงแล้ว จึงพระราชทานฐานาศักดิ์แก่เสนาบดีให้คง ที่อยู่กับพระนายกองดังเก่า
อนึ่ง แต่งให้ขึ้นไปเกลี้ยมกล่อมเมืองลพบุรีสำเร็จแล้ว จึงให้รับบุราณขัติยวงศาซึ่งได้ความลำบาก กับทั้งพระบรมวงศ์ลงมาทนุบำรุงไว้ณเมืองธนบุรี
จุลศักราช ๑๑๓๐ ปีชวดสัมฤทธิศก ทอดพระเนตรเห็นอัฎฐิกเรวฬะคนทั้งปวงอันถึงพิบัติชีพตายด้วยทุพภิกขะ โจระ โรคะ สุมกองอยู่ดุจหนึ่งภูเขา แลเห็นประชาชนซึ่งลำบากอดอยากอาหาร มีรูปร่างดุจหนึ่งเปรตปีศาจพึงเกลียด ทรงพระสังเวชประดุจมีพระทัยเหนื่อยหน่ายในราชสมบัติ จะเสด็จไปเมืองจันทบุรี จึงสมณพราหมณาจารย์ เสนาบดีประชาราษฎรชวนกันกราบทูลอาราธนาวิงวอน สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระบรมหน่อพุทธางกูร ตรัสเห็นประโยชน์เป็นปัจจัยแก่พระปรมาภิเษกสมโพธิญาณนั้นก็รับอาราธนา จึงเสด็จยับยั้งอยู่ณพระตำหนักเมืองธนบุรี
จำเดิมแต่นั้น ด้วยกำลังพระกรุณาพระราชอุตสาหะในสัตวโลก แลพระพุทธศาสนา มิเป็นอันที่จะบันทมสรงเสวยเป็นสุขด้วยพระราชอิริยาบถ ด้วยขัติยวงศา สมณาจารย์ เสนาบดี อาณาประชาราษฎรยาจกวณิพกคนโซอนาถา ทั่วทุกเสมามณฑล เกลื่อนกล่นกันมารับ