พระราชทานมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ฝ่ายข้าราชการทหารพลเรือนไทยจีนนั้น รับพระราชทานข้าวสารเสมอคนละถัง กินคนละ ๒๐ วัน
ครั้งนั้นยังหาผู้จะทำนามิได้ อาหารกันดาร ข้าวสารสำเภาขายถังละ ๓ บาทบ้าง ถังละตำลึงหนึ่งบ้าง ถังละ ๕ บาทบ้าง ยังทรงพระกรุณาด้วยปรีชาญาณอุตส่าห์เลี้ยงสัตวโลกทั้งปวง พระราชทานชีวิตให้คงคืนไว้ได้ แลพระราชทานวัตถาลังกาภรณ์เสื้อผ้าเงินตราจะนับประมาณมิได้ จนทุกข์พระทัยออกพระโอฐว่า บุทคลผู้ใดเป็นอาทิคือ เทวดา บุทคลผู้มีฤทธิ มาประสิทธิ์มากระทำให้ข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ขึ้น ให้สัตวโลกเป็นสุขได้ แม้นผู้นั้นจะปรารถนาพระพาหาแห่งเรา ข้างหนึ่งก็อาจตัดบริจาคให้แก่ผู้นั้นได้ ความกรุณาเป็นความสัตย์ฉะนี้
ลุศักราช ๑๑๓๐ ปีชวดสัมฤทธิศก (พ.ศ. ๒๓๑๑) โปมังพะม่า นายทัพคุมพลทหารพะม่าทัพบกทัพเรือประมาณ ๒๐๐๐ เศษ ยกเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ตีล่วงมาล้อมค่ายจีมบางกุ้งเข้าไว้จะใกล้เสียอยู่แล้ว ครั้นทรงทราบในทันใดนั้น มีพระราชหฤทัยประดุจได้พระลาภอันอุดมกว่าลาภทั้งปวง จึงให้เตรียมพลโยธาทหารทัพเรือประมาณ ๒๐ ลำเศษ แล้วทรงเรือพระที่นั่งสุวรรณมหาพิชัยนาวา สรรพด้วยเครื่องสาตรา อาวุธ ครั้นได้ศุภมงคลนิทานสกุณฤกษ์ พระทัยพร้อมด้วยพหิพยันดรราชฤทธิ ก็ยกพลนิกายโดยทางชลมารคด้วยอาการอันรวดเร็ว ดุจพระยาชวันราชหงษ์อันนำหน้าสุวรรณหงษ์ทั้งปวงไปในราตรีนั้น
ฝ่ายทัพเรือพะม่ายกลงมา ตรัสเห็นแล้วก็รีบเรือพระที่นั่งกับทั้งเรือทหารทั้งปวง ไล่ตะลุมบอนยิงปืนจ่ารงค์มณฑกนกสับคาบศิลา ถูกพะม่า