หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๒๘
ณวัน ๑ ๖ฯ ๓ ค่ำ เพลาเช้า ๓ โมงเศษเมืองลาวหล่มสักมาสู่โพธิ สมภาร ถวายช้าง ๑ ม้า ๕
ณวัน ๑ ๑๓ฯ ๓ ค่ำ ข้าวสารเป็นเกวียนละ ๒ ชั่ง อาณาประชาราษฏรขัดสน จึงทรงพระกรุณาให้ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ ผู้น้อยทำนาปรัง
ณวัน ๒ ๑๔ฯ ๓ ค่ำ ข้อราชการเมืองกัมพูชาธิบดีเมืองปากน้ำพุทไธมาศบอกเข้ามา จึงทรงพระกรุณาให้พระกรมท่าไปทำค่ายปากน้ำพระประแดง, ท่าจีน, แม่กลอง ขณะนั้นโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาอนุชิตราชาเป็นเจ้าพระยายมราช[1]
ครั้นณเดือน ๕ หนูคะนองกินข้าวในยุ้งฉางและกัดทรัพย์สิ่งของ ทั้งปวงเสีย จึงมีรับสั่งให้ข้าทูลละออง ฯ แลราษฎรดักหนูมาส่งแก่ กรมพระนครบาล หนูสงบหายไป
ณวัน ๒ ๑ฯ ๗ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๓๑ ปีฉลูเอกศก (พ.ศ. ๒๓๑๒) หม่อมเจ้าอุบล[2] บุตรกรมหมื่นเทพพิพิธ หม่อมเจ้าฉิม บุตรเจ้าฟ้าจิตร์กับนางละคร ๔ คนผิดกับฝรั่งมหาดเล็ก ๒ คน พิจารณาเป็นสัตย์ แล้ว
- ↑ น่าจะเป็นเพียงพระยายมราช หรือว่าการในตำแหน่งยมราช ยังไม่ถึงเป็นเจ้าพระยาทีเดียว ต่อ ๆ ไปจึงคงเรียกว่าพระยายมราชเท่านั้น
- ↑ จดหมายเหตุโหรมีว่า จ.ศ. ๑๑๓๗ ณวัน ๒ ๑๐ ฯ ๑๐ ค่ำ "ข้างในเป็นโทษ" น่าสงสัยว่าเศษเจ็ดท้ายศก (คือ ๑๑๓๗) จะเพี้ยนมาเป็นเอ็ด (คือ ๑๑๓๑) จดหมายเหตุของโหรควรจะใกล้ความจริงมากกว่า และจดไว้เพียงว่า "ข้างในเป็นโทษ" ซึ่งหมายความว่า ข้างในทำผิดต้องถูกถอดยศลดตำแหน่งเท่านั้น ไม่ถึงกับถูกประหารชีวิต