ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๕) - ๒๔๘๐.pdf/71

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๐

บุพชาติแลปัจจุบันมาเป็นที่ตั้ง ด้วยพระเดชพระกฤษฎานุภาพ คลื่นลม ก็สงบราบคาบลงเป็นอัศจรรย์ แล้วเสด็จไปในวันนั้น ข้าทูลละออง ฯ ตามเสด็จไปด้วยเรืออันน้อย ก็เป็นสุขสบายหาอันตรายมิได้

ครั้นณเดือน ๙ ปีฉลูเอกศก เสด็จถึงท่าข้าม ดาวหางขึ้นข้างทิศทักษิณ

ครั้นเดือน ๑๐ แรม ๖ ค่ำ เพลา ๓ โมงเช้า เสด็จเข้าตีเมืองนครศรีธรรมราช เดชะพระบารมีบรมโพธิสมภาร ไพร่ทหารแล ราษฎรเสนาบดีในกรุงนครศรีธรรมราช บันดาลสยบสยองมิอาจต้าน ต่อได้ก็แตกพ่ายแพ้หนีในเพลานั้น นายคงไพร่ทหารบ่าวพระเสนาภิมุขเห็นช้างพลายเพ็ชร์ที่เจ้านครผูกเครื่องสรรพปล่อยอยู่ จึงจับมาถวายพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นทรงกุญชรหัศดินทร์ช้างต้น ทรงพระที่นั่ง พลายเพ็ชร์เสด็จเข้าเมืองนครศรีธรรมราชได้ เสียแต่นายเพ็ชร์ทนายเลือกถูกปืนตายคนหนึ่ง แลได้ราชธิดาญาติวงศาแลชะแม่พนักงาน, หิรัญ, สุวรรณ, วัตถาลังกาภรณ์ทั้งปวงเป็นอันมาก แลสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวมีชัยชะนะข้าศึกครั้งนั้น ฝ่ายทแกล้วทหาร ทัพบก ทัพเรือทั้งปวง ยังมามิได้ทันเสด็จ ด้วยอำนาจพระบารมีก็มีชัยเป็นอัศจรรย์

ครั้นกองทัพบกทัพเรือมาถึงพร้อมแล้ว จึงมีพระราชโองการดำรัสให้ภาคโทษไว้ ด้วยเจ้านครพาราชบุตรราชธิดาแลราชทรัพย์หนีไปเมืองเทพา, ตานี, ให้เจ้าพระยาจักรี, เจ้าพระยาพิชัยราชา เร่ง กองทัพบกทัพเรือติดตามไปจับเจ้านครจงได้ ถ้ามิได้จะลงพระราชอาชญาถึงสิ้นชีวิต