ครั้นถึงณวัน ๖ ๖ฯ ๑๑ ค่ำ เพลาย่ำค่ำแล้ว ๒ ทุ่มเศษ พระเจ้าอยู่ หัวเสด็จยกกองทัพไปโดยทางชลมารค โดยลำดับที่ประทับรอนแรมจนถึงเมืองสังขลา น้ำแห้งลงเรือพระที่นั่งจะไปมิได้ เดชะพระบรมโพธิสมภารบังเกิดน้ำเปี่ยมคลอง มีพรรณฝูงปลาอาหารให้เห็นประจักษ์ แก่ข้าทูลละออง ฯ ทั้งปวง ก็เสด็จด้วยราชานุภาพเป็นอัศจรรย์ยิ่งนัก
ฝ่ายเจ้าพระยาจักรีแม่ทัพเรือ เจ้าพระยาพิชัยราชาแม่ทัพบก ยกทัพติดตามเจ้าเมืองนครไปเถิงเมืองเทพา จับจีนจับแขกมาไถ่ถามได้เนื้อความว่า เจ้าเมืองนครหนีไปเมืองตานี เจ้าพระยาจักรี, เจ้าพระยาพิชัยราชา จึงมีหนังสือไปถึงพระยาตานี ๆ มิอาจขัดไว้ได้ จึงส่ง เจ้านคร, พระยาพัทลุง, พระยาสังขลา, เจ้าพัฒ, เจ้ากลาง กับ ทั้งบุตรภรรยามาให้ เจ้าพระยาจักรีจึงจำคนโทษทั้งปวงใส่เรือรบมาถวายณเมืองสังขลา
ครั้นณวัน ๖ ๑๒ ฯ ๑๒ ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินมาถึงเมืองนคร ศรีธรรมราช
ครั้นณวัน ๖ ๒ฯ ๒ ค่ำ เพลา ๗ ทุ่มเกิดเพลิงณเมืองนครตำบลนายไก่ทรงพระกรุณาให้มีกฎหมายประกาศไป มิให้ไพร่ทหารไทยจีน ทั้งปวงฆ่าโคกระบือ แลข่มเหงสมณชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรฝ่ายฝีพายทนายเลือกซึ่งตามเสด็จครั้งนั้น ได้ลาภสการเป็นอันมาก ทรงพระกรุณาให้เล่นให้สนุก แล้วให้กำถั่ว[1]หน้าพระที่นั่งกระดานละ ๕๐ ชั่ง บ้าง ๑๐๐ ชั่งบ้าง สนุกปรากฏว่าทุกครั้ง แล้วทรงพระราชศรัทธา ให้สังฆการีธรรมการนิมนต์พระภิกขุ, เถร, เณร, รูปชีในเมืองนอก
- ↑ ดูกฎหมายฉบับตราสามดวง ว่าด้วยพระราชกำหนดใหม่ บทที่ ๒๖