ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๕) - ๒๔๘๐.pdf/76

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๕

อินทรวิชิต จับได้นางพญามงคลเศวตคชสารศรีเมืองตัวประเสริฐ นำมาทูลเกล้า ฯ ถวาย ทรงพระกรุณาพระราชทานบำเหน็จโดยสมควร

ครั้นณวันพฤหัสบดี เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เสด็จยกพลพยุหโยธา ทัพหลวงโดยทางชลมารคไปตำบลน้ำมืด จึงดำรัสให้ตั้งด่านทางชั้นในชั้นนอก ตั้งเกลี้ยกล่อมลาดตระเวนสืบสาวเอาตัวอ้ายเรือนฝางให้จงได้แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับยังพระตำหนักค่ายหาดสูง

ครั้นรุ่งขึ้นวันเสาร์ เดือน ๑๐ แรม ๔ ค่ำ สั่งให้แต่งกฎประกาศ กองทัพบกทัพเรือไทยจีนทั้งปวง อย่าให้ข่มเหงรีดราษฎรชาวบ้านแล ฆ่าโคกระบือ อนึ่ง นายกองนายทัพผู้ใดได้บืนแลช้างพังพลายใหญ่ ได้ศอกได้นิ้ว รูปดีรูปกลาง ก็ให้ส่งเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย

วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้นค่ำหนึ่ง เสด็จอยู่ณพระตำหนักค่าย หาดสูง แขกเมืองตานีเข้ามาสู่พระบรมโพธิสมภาร ถวายดอกไม้ทองเงิน แลแขกเมืองยักกะตราถวายปืน ๑๐ บอก

วันอังคาร เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีขาล โทศก (พ.ศ. ๒๓๑๓) ทรงพระกรุณาให้นิมนต์พระสงฆ์ฝ่ายเหนือมาพร้อมกันหน้าพระที่นั่ง ขุนนางผู้น้อยผู้ใหญ่ฝ่ายทหารพลเรือนเฝ้าพร้อมกัน จึงดำรัสปฤกษา ว่า พระสงฆ์บันดาอยู่ฝ่ายเหนือนี้ เป็นพักพวกเพื่อนอ้ายเรือนฝางย่อมคิดถือปืนรบศึก ฆ่าคนปล้นเอาทรัพย์สิ่งของ แลกินสุราส้องเสพด้วยสีกาให้ขาดจากสิกขาบทจัตุปาราชิก เป็นลามกอยู่ในพระศาสนาฉะนี้จะไว้มิได้ อนึ่ง พระสงฆ์ฝ่ายใต้ฝ่ายเหนือ ก็แปลกปลอมกันอยู่มิรู้ว่าองค์ ใดดีองค์ใดชั่ว จะได้กระทำสักการบูชาให้เป็นผลานิสงส์แก่ตนแก่ท่านแลให้พระสงฆ์ว่าแต่ตามสัจตามจริง ถ้าได้ผิดในจัตุปาราชิกแต่กาลใด